ครีมแผลเป็น ครีมลบแผลเป็น สูตรทำด้วยตัวเองอย่างง่ายๆที่บ้าน ครีมแผลเป็น
สำหรับครีมลบแผลเป็น สูตรที่ได้รับความนิยม มีดังต่อไปนี้ ครีมแผลเป็น.

ครีมแผลเป็น

ครีมแผลเป็น

1.น้ำมะนาว กรดของน้ำมะนาวทำหน้าที่เป็นยาฆ่าเชื้อตามธรรมชาติ จึงสามารถช่วยแบ่งเบารอยแผลเป็นให้จางลง นอกจากนี้ด้วยปริมาณของวิตามินซีที่สูงในน้ำมะนาว ยังสามารถช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวใหม่ถูกสร้างขึ้นมาแทนเซลล์ผิวเก่าที่ผลัดตัวเนื่องจากการเสื่อมสภาพ และยังช่วยปรับโทนสีของชั้นผิวใหม่ที่เกิดขึ้นมาแทนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
เพียงใช้น้ำมะนาวสดๆ ทาลงบนพื้นที่ผิวที่ต้องการ วันละสองครั้ง ทิ้งเอาไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงค่อยทำการล้างออกด้วยน้ำสะอาด หรือวิธีการใช้น้ำมาะนาวในฐานะครีมลบแผลเป็นอีกแบบหนึ่งก็คือ การขัดผิว โดยใช้น้ำมะนาวผสมเข้ากับน้ำตาลก่อน ขัดๆ ทาถูบริเวณแผลเป็นก่อนเข้านอน ในระยะเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ คูรก็จะสามารถเห็นผลลัพธ์สุดมหัศจรยย์ที่เกิดขึ้นกับผิวได้อย่างแน่นอน
2.น้ำมันมะกอก เป็นครีมลบแผลเป็นจากธรรมชาติ ที่มีสรรพคุณในการบรรเทาอาการติดเชื้อ ทำให้ผิวอ่อนนุ่ม ลดรอยแดง และทำให้รอยแผลเป็นจางหายไป
นำน้ำมันมะกอกทำการนวดลงไปเบาๆในบริเวณที่เกิดแผลเป็น จากนั้นให้นำผ้าขนหนูที่ชุบน้ำอุ่น บิดหมาดๆ วางประคบลงในบริเวณนั้น ทิ้งเอาไว้จนกระทั่งผ้าเย็น แล้วทำการล้างน้ำมันส่วนเกินออกด้วยน้ำอุ่นอีกครั้ง ทำซ้ำ 1-2 ครั้ง ต่อวัน แต่ถ้าหากคุณมีอาการแพ้ หรือหาน้ำมันมะกอกไม่ได้จริงๆ ขอแนะนำให้ใช้น้ำมันมะพร้าวแทน ครีมแผลเป็น
นอกจากการใช้ครีมลบแผลเป็นแล้ว การทานอาหารบางอย่างที่มีคุณสมบัติในการช่วยรักษาแผลเป็น เพื่อเสร้มความรวดเร็วในการซ่อมแซม ฟื้นฟู สภาพผิวให้กลับมาสมบูรณ์ที่สุดนั้นก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญเช่นกัน เช่น การทานน้ำมันปลา เป็นต้น
การบริโภคน้ำมันปลาอย่างต่อเนื่อง สามารถที่จะช่วยลดเลือนรอยแผลเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยคุณสมบัติของกรดไขมันโอเมก้า-3 ในปลา ยังสามารถช่วยรักษาอาการอักเสบที่เกี่ยวข้องกับโรคกลาก ซึ่งเมื่อหายก็มักที่จะหลงเหลือรอยแผลเป็นเอาไว้ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย โดยการรับประทานน้ำมันปลาอย่างเหมาะสม ในการช่วยรกษาอาการเหล่านี้ ขอแนะนำให้ใช้วันละ 1,200 มิลลิกรัม หรืออาจจะใช้วิธีการรับประทานอาหารประเภทปลาที่ไขมันสูง อย่างเช่น ปลาเซลมอน หรือปลาทูน่า ก็จะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจในการรักษาแผลเป็นเช่นกัน ครีมแผลเป็น.

 

ลดรอยแผลเป็น แผลเป็น เกิดจากกระบวนการรักษาแผล ที่เกิดจากการฉีดขาดของเนื้อเยื่อ และมีการสร้างเนื้อเยื่อที่เป็นคอลลาเจนมาทดแทนเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายไป ซึ่งเป็นกระบวนการรักษาแผลตามธรรมชาติ เมื่อแผลหายดีแล้วก็จะทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ ลดรอยแผลเป็น โดยแผลที่มักทำให้เกิดแผลรอยแผลเป็นก็ได้แก่ แผลจากอุบัติเหตุ ถูกของมีคมบาด แผลผ่าตัด แผลปลูกฝี ฉีดวัคซีน แผลไฟไหม้น้ำร้อยลวก แผลสิว แผลจากโรคอีสุกอีใส แผลจากรอยสัก เป็นต้น และรอยแผลนอกจากจะเป็นรอยแผลที่ผิวหนังภายนอกแล้ว ยังเกิดขึ้นได้กับอวัยวะภายในอีกด้วย ลดรอยแผลเป็น.

ลดรอยแผลเป็น

ลดรอยแผลเป็น ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดแผลเป็นจะเกิดได้มากน้อยก็ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยความรุนแรงของแผลหรือการฉีดขาดของเนื้อเยื่อตื้นลึกเพียงใด และปัจจัยการรักษาแผลของเราว่ารักษาแผลดีแค่ไหน ถ้ามีการดูแลรักษาที่ดีและทำให้แผลหายเร็ว รอยแผลเป็นก็จะลดน้อยลง เมื่อเปรียบเทียบกับการดูแลรักษาที่ไม่ดี

เมื่อหายเป็นปกติแล้วก็มักจะทิ้งรอยแผลเป็นที่มีลักษณะเป็นสีแดงหรือสีน้ำตาลและนูนเอาไว้ แต่เมื่อปล่อยทิ้งไว้ตามธรรมชาติประมาณ 1-2 ปีเป็นต้นไป รอยแผลเป็นก็จะจางลงพร้อมทั้งแบนราบลงได้เอง และยังพบว่าในเด็กจะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้น้อยกว่าในผู้ใหญ่, ในเพศหญิงจะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้มากกว่าเพศชาย, ในวัยรุ่นและวัยเจริญพันธุ์จะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้บ่อยกว่าวัยอื่น ๆ, ในคนผิวคล้ำจะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้มากกว่าคนผิวขาว และผู้มีประวัติเคยเกิดแผลเป็นและมีประวัติของครอบครัวเกิดแผลเป็นจะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้มากกว่าผู้ที่ไม่เคยมีประวัติดังกล่าว

ชนิดของแผลเป็น ลดรอยแผลเป็น
แผลเป็นนูน จะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ ซึ่งทั้งสองแบบจะคล้ายคลึงกันทั้งสาเหตุที่เกิด ปัจจัยเสี่ยง อาการ และวิธีการรักษา แต่จะต่างกันเพียงแค่ลักษณะของแผล คือ

แผลเป็นนูนหนาธรรมดา หรือ แผลเป็นนูนชนิดเกิดเฉพาะบนตัวแผล (Hypertrophic) คือ แผลเป็นที่เป็นสีแดงและนูนขึ้นมาจากผิวหนังปกติ แต่ยังอยู่ในขอบเขตของรอยแผลเดิม แผลเป็นชนิดนี้เกิดจากการสร้างคอลลาเจนมากเกินไปและมักไม่ขยายกว้างขึ้นจากรอยเดิม โดยมักจะเกิดขึ้นภายใน 1 เดือน หลังแผลหาย และมักจะค่อย ๆ ยุบตัวแบนราบลงเมื่อเวลาผ่านไปเป็นเดือนหรือเป็นปี
Hypertrophic
แผลเป็นนูนชนิดลุกลามออกนอกตัวแผล หรือ แผลเป็นคีลอยด์ (Keloid) คือ แผลเป็นที่มีอาการนูนและแดงคล้ายกับ ลดรอยแผลเป็น.

วิตามินสายตา พร้อมทั้งยังสร้างความต้านทานให้แก่ระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ อย่างเช่น ป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ ระบบขับปัสสาวะ เป็นต้น อีกทั้ง วิตามินเอ ยังมีบทบาทในเรื่องของผิวพรรณ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการรักษาสภาพเยื่อบุผิวหนัง ให้ความชุ่มชื่น ป้องกันผิวหนังไม่ให้เกิดความหยาบกร้าน โดยเฉพาะผิวหนังบริเวณข้อศอก, ตาตุ่มและตามข้อต่างๆ ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าประโยชน์และคุณค่าของ วิตามินเอ นั้นมีมากมายจริงๆ เหมาะสำหรับคนที่รักและดูแลสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง จากนี้เรามาดูกันว่า วิตามินเอ คืออะไร และสามารถหาได้จากที่ไหนบ้าง? วิตามินสายตา

วิตามินสายตา

วิตามินสายตา Vitamin A (วิตามินเอ) คืออะไร? วิตามินเอ เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ซึ่งร่างกายของเราสามารถสะสมวิตามินเอ ได้นานมากถึง 1 หรือ 2 ปี โดยเก็บไว้ในชั้นเซลล์ไขมัน และวิตามินเอ นั้นยังสามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 กลุ่มคือ Proformed Vitamin A เป็นวิตามินที่ออกฤทธิ์ได้ทันที และจะถูกดูดซึมในรูปของ Retinol พบมากในสัตว์เช่น เนื้อวัว, ตับ, ไข่, หอยนางรม, ปลาซาบะ, น้ำมันตับปลา และนม Provitamin A carotenoids เป็นวิตามินที่ต้องเปลี่ยนแปลงในร่างกายก่อนที่จะออกฤทธิ์ พบมากในพืชผักและผลไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพืชใบเขียว

ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ในธรรมชาติ นอกจากนี้แล้ว Provitamin A carotenoids ยังสามารถแบ่งออกได้หลายรูปแบบซึ่งได้แก่ Beta-carotene เป็นรูปแบบที่สามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ retinol และออกฤทธิ์ได้ดี Alpha-carotene, Lutein, Zeaxanthin เป็นรูปแบบที่ออกฤทธิ์ได้เพียงครึ่งหนึ่งของ Beta-carotene เท่านั้น Lycopene, Cryptoxanthin เป็นรูปแบบที่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ Vitamin A (วิตามินเอ) สามารถหาได้จากที่ไหนบ้าง? Proformed Vitamin A แหล่งอาหารที่ให้วิตามินเอชนิดนี้หาได้จากในสัตว์เช่น เนื้อวัว, ตับ, ไข่ไก่ วิตามินสายตา

บำรุงสายตา ปราศจากเชื้อโรค ทีสำคัญไม่ควรใช้ผ้าเช็ดหน้าร่วมกับใคร เพราะในผ้าพวกนั้นอาจจะมีเชื้อโรคตาแดงซ่อนอยู่ น้ำหอมกลิ่นมะลิ วนิลลา หรือเปปเปอร์มินต์ มีสรรพคุณช่วยกระตุ้นระบบลิมบิกในสมอง ซึ่งจะไปกระตุ้นเซลล์รูปแท่งในจอตาอีกต่อหนึ่ง ทำให้คุณมองเห็นในที่มืดได้ชัดขึ้น แค่หยดน้ำหอมกลิ่นใดกลิ่นหนึ่งไว้ที่แขนเสื้อ ก็จะมีสายตาดีขึ้นได้แล้ว อย่าเพ่งมองสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานเกินไป แม้การอ่านหนังสือก็ควรถอนสายตามองออกไปที่ไกลๆทุกๆ 30 นาที เพื่อพักสายตาไม่ให้เพลียหรือล้าถาวร 18. กินผักโขมสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผักชนิดนี้มีสารลูเทอิน ซึ่งจะช่วยป้องกันต้อกระจกและภาวะศูนย์กลางประสาท บำรุงสายตา

บำรุงสายตา

บำรุงสายตา เปลี่ยนมาสคาร่าขวดใหม่ทุกๆ 3 เดือน ทุกครั้งที่มาสคาร่าสัมผัสตาคุณ จะต้องมีความสกปรกเล็กๆน้อยๆ ติดมาด้วย เมื่อมาหมักหมมปนกันนานเกิน 3 เดือนขึ้นไป มาสคาร่าขวดโปรดของคุณก็จะกลายเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคไปโดยปริยาย เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมเวลามาตรวจตา ผู้ป่วยบางคนได้วิตามินบำรุงสายตากลับบ้านไป บางคนกลับบ้านตัวเปล่ายาหยอดตาก็ไม่ได้ อายุก็พอๆ กันแท้ๆ แต่ทำไมถึงได้ยาไม่เหมือนกัน แล้วเมื่อไรคุณหมอจะสั่งวิตามินบำรุงสายตา คำถามเหล่านี้อาจเกิดขึ้นในใจหลายๆคน มาดูกันว่าใครที่สมควรได้วิตามินบำรุงสายตาบ้าง

ผลวิจัยในสหรัฐอเมริกาพบว่า การให้วิตามิน C, E เบต้าแคโรทีน, ธาตุสังกะสี, และธาตุทองแดง มีประโยชน์ในการชะลอการเสื่อมมากขึ้นของผู้ป่วยที่เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม ตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไป (Moderate Age-Related Macular Degeneration) ทั้งนี้ในผู้ป่วยที่มีโรคจอประสาทตาเสื่อมเพียงเล็กน้อยอาจไม่ได้ประโยชน์เท่าไรนักจากการรับประทานวิตามินดังกล่าว หมอตาจะเป็นผู้ประเมินระดับความเสื่อมของจอประสาทตาจากการขยายม่านตา ดังนั้นถ้ามาตรวจตาแล้วไม่ได้วิตามินกลับไปรับประทานก็อย่าเสียใจค่ะ นั่นแสดงว่าจอประสาทตายังสุขภาพดีอยู่ บำรุงสายตา

ไม่แข็งตัว กลับแข็งตัวขึ้นมาได้ เป็นการข้ามขั้นตอนที่วิตกกังวลไป และยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณสามีมากขึ้นด้วย เมื่อเกิดเหตุการณ์อวัยวะเพศไม่แข็งตัวขึ้น จำไว้ว่าการโวยวาย การพูดจากระเซ้ากึ่งหยิกแกมหยอก ไม่ช่วยให้นกเขาตัวพิเศษนี้ขันได้ แต่พานจะทำให้มันทำท่าซังกะตาย คอพับคออ่อนใส่คุณก็เท่านั้น ต้องเข้าใจว่าการมีเพศสัมพันธ์นั้นไม่ได้สนุกแบบอ่านขายหัวเราะ แต่มันรื่นรมย์ เย้ายวน รัญจวนใจต่างหาก ทางที่ดีคุณต้องใจเย็นค่อยๆ สร้างอารมณ์พิศวาสขึ้นมาใหม่ หรือถ้าดูแล้วพ่อคุณสามีเหนื่อยอ่อนจริงๆ คุณก็ขอให้เขาใช้ส่วนอื่นแทนไปพลางก่อน เสร็จสมอารมณ์หมายแล้วก็ค่อยว่ากันอีกที ไม่แข็งตัว

ไม่แข็งตัว

ไม่แข็งตัว ถ้าอาการไม่แข็งตัวของอวัยวะเพศคุณสามียังคงดำเนินต่อไปและไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นง่ายๆ อันนี้คงต้องมีการเริ่มแสดงความเห็นอกเห็นใจและจริงใจในการแสดงตัวว่าจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหานี้อย่างเต็มที่ เพราะสาเหตุของอาการอวัยวะเพศไม่แข็งตัวนั้นมีมากมายหลายสาเหตุและหลายแบบดังที่กล่าวมาข้างต้นเพราะฉะนั้นค่อยๆ หาไป จำไว้ว่าการที่ผู้ชายมีอวัยวะเพศไม่แข็งตัว สร้างความรู้สึกที่แย่ ไม่มั่นใจ วิตกกังวลและซึมเศร้าได้อย่างมากมายมหาศาล แต่ด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคออยู่บางครั้งเขาก็ไม่กล้า

ที่จะเล่าให้ใครฟัง แม้แต่ภรรยาตัวเอง แล้วถ้าคุณภรรยามีท่าทีไม่ดีต่ออาการอวัยวะเพศไม่แข็งตัวของเขาด้วยแล้ว คุณสามีก็จะยิ่งจิตใจย่ำแย่ได้เป็นทวีคูณ ถ้าคุณร่วมกันค้นหาสาเหตุด้วยกันแล้วไม่เจอ หรือเจอแต่แก้ไม่ตก แน่นอนทางที่ดีที่สุดคือการไปพบผู้เชี่ยวชาญ จะเป็นคุณหมอก็ดี หรือผู้ให้การปรึกษาปัญหาทางเพศก็ดี ล้วนแล้วแต่ช่วยทำให้ปัญหาของคุณนั้นคลายปมได้ง่ายขึ้น ปัญหาบางปัญหาเป็นแค่เส้นผมบังภูเขาเท่านั้นเอง ซึ่งแน่นอนว่าในจำนวนคุณสามีที่มีปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัวครึ่งหนึ่ง ไม่แข็งตัว

ชะลอการหลั่ง ใช้มือร่วมด้วย บางทีคุณอาจใกล้จะถึงก็จริง แต่ฝ่ายหญิงนั้นเธออาจยังรู้สึกชิลล์ๆ อยู่เลยก็ได้ ในช่วงเวลานี้คุณอาจใช้มือเพื่อกระตุ้นจีสปอต ในขณะที่เธอกำลังนอนหงาย จากนั้นให้ใช้นิ้วมือที่ยาว ไม่ว่าจะนิ้วกลางหรือชี้ สอดเข้าไปในช่องรักของเธอให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วกระดกนิ้วขึ้นในลักษณะของ “ตัว C” เลื่อนปลายนิ้วของคุณไปตามด้านบนของช่องคลอด จนกว่าคุณจะพบพื้นที่ที่หยาบกว่าผนังช่องคลอดส่วนที่เหลือ เมื่อกระตุ้นไปได้จนเธอรู้สึกพึงพอใจ ก็คงได้เวลาสอดใส่จริงอีกครั้ง เมื่อคุณรู้เทคนิคนี้แล้ว ชะลอการหลั่ง

ชะลอการหลั่ง

ชะลอการหลั่ง การควบคุมและกำหนดเวลาไปสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์พร้อมๆ กันกับเธอ ก็คงไม่ใช้เรื่องยากอีกต่อไป และสามารถกำหนดได้ดั่งใจนึก ดิฉัน อายุ 31 ปี แต่งงานมาแล้ว 4 ปี มีลูกสาว 1 คน ตอนคบกันและแต่งงานใหม่ๆก็ทำงานอยู่ที่เดียวกันกับสามี แต่พอมีลูกไม่มีคนดูแลก็ต้องออกมาดูแลลูกอยู่ที่บ้าน ทำหน้าที่ดูแลงานบ้าน ดูแลสามีกับลูก ตลอดมาครอบครัวของเราอยู่กันอย่างมีความสุขไม่เดือดร้อน แต่ที่เป็นปัญหาก็คือเรื่องบนเตียงของดิฉันกับสามี เพราะว่าดิฉันไม่เคยถึงจุดสุดยอดเลยตั้งแต่มีอะไรกับสามีมา

(อาจจะมีบ้างแต่แทบจะนับครั้งได้เลยค่ะ) เวลามีความสุขกับสามีสามีจะเป็นฝ่ายเสร็จไปก่อนแทบทุกครั้ง เป็นอย่างนี้มาได้กว่า 4 ปีแล้ว ทั้ง ๆ ที่อายุยังไม่เท่าไหร่ ดิฉันสับสนวุ่นวายไปหมดจนไม่อยากจะมี เพศสัมพันธ์แล้ว เพราะทรมานตัวเอง ทำอย่างไรก็ไม่ถึงจุดสุดยอด คุณหมอ xxx ที่พึ่งของคนมีทุกข์ พอที่จะให้คำแนะนำแก้ไขได้บ้างไหมหรือไม่คะ หนูมีปัญหาอยากปรึกษาคุณหมอมาก ๆ ค่ะ คือตอนนี้หนูอายุ 37 ปี รู้จักแฟนและแต่งงานมากันได้เกือบ 7-8 ปี มีลูกชายน่ารักอยู่ 1 คน เมื่อก่อนนี้ชีวิตการมีเพศสัมพันธ์ ชะลอการหลั่ง

เสื่อมสมรรถภาพ ไม่สามารถแข็งตัวได้อย่างเพียงพอ ที่จะมีเพศสัมพันธ์ บางคนอาจจะไม่แข็งตัว บางคนอาจจะหลั่งเร็ว บางคนอาจจะมีอาการปวดเวลาหลั่ง สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงที่อวัยวะเพศไม่พอ อุบัติการณ์จะพบมากตามอายุกล่าวคือพบได้ร้อยละ 5 ในผู้ที่อายุน้อยกว่า 40 ปี สำหรับผู้ที่อายุมากกว่า 40-70 ปีจะพบได้ร้อยละ 37.5โรคนี้สามารถรักษาได้หากพบปัญหาและรีบรักษา ผู้ที่มีปัญหานี้ไม่ต้องกังวลเพราะส่วนมากเป็นแค่ชั่วคราว หากเป็นถาวรแสดงว่าอาจจะมีปัญหาทางด้านจิตใจหรือทางร่างกาย เสื่อมสมรรถภาพ

เสื่อมสมรรถภาพ

เสื่อมสมรรถภาพ เมื่ออายุมากขึ้นอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงทางเพศสัมพันธ์คือ การแข็งตัวอาจจะต้องใช้เวลานานขึ้น และไม่แข็งเหมือนตอนหนุ่มๆ นอกจากนั้นอาจจะต้องใช้สิ่งเร้ามากกว่าปกติ เมื่อถึงจุดสุดยอดก็ไม่เหมือนเก่า น้ำอสุจิก็น้อยกว่าเก่า ภาวะนี้จะไม่ได้หมายถึงภาวะที่ความต้องการทางเพศลดลงหรือภาวะมีปัญหาในการหลั่ง โครงสร้างของอวัยวะเพศของผู้ชายประกอบไปด้วยท่อสามท่อเหมือนพองน้ำเรียกว่า corpus carvernosum สองท่อวิ่งขนานกับท่อปัสสาวะ อยู่ด้านบน และ corpus spongiosum 1 ท่อ

วิ่งอยู่ด้านล่าง เมื่ออ่อนตัวความยาวอยู่ประมาณ 8.8 ซม.เมื่อได้รับการกระตุ้นเลือดจะเข้าท่อฟองน้ำทำให้มันสามารถขยายได้มากถึง 7 เท่าทำให้อวัยวะเพศใหญ่ขึ้นและแข็งตัวขึ้นและมีความยาว 12.9 ซม.ตราบเท่าที่ยังมีการตื่นเต้นทางเพศอวัยวะเพศก็ยังแข็งตัว แต่เมื่อมีการหลั่งเลือดออกจากอวัยวะเพศทำให้มีการอ่อนตัว กลไกการแข็งตัวของอวัยวะเพศ การที่อวัยวะเพศจะแข็งตัวได้ต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้ หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงอวัยวะเพศต้องไม่ตีบ เพราะการที่อวัยวะเพศจะแข็งตัวต้องมีเลือดไปคั่ง เสื่อมสมรรถภาพ

เพิ่มขนาดน้องชาย โดยเริ่มต้นจากการใช้สารหล่อลื่นชโลมไปยังบริเวณอวัยวะเพศของคุณ จากนั้นใช้นิ้วหัวแม่มือ และนิ้วโป้งชิดกันให้กลายเป็นสัญลักษ์ OK จากนั้นให้สวมนิ้วทั้งสองข้างลงไปที่ฐานอวัยวะเพศของคุณ บีบอวัยวะเพศเล็กน้อย แล้วทำการรูดขึ้นไปตามความยาวของอวัยวะเพศ และหยุดมือถึงปลาอยของอวัยวะเพศ ซ้ำหลายๆครั้ง สำหรับผู้เริ่มต้นแนะนำให้เริ่มต้นที่ 100 ครั้ง เมื่อเวลาผ่านไป จึงค่อยๆเพิ่มปริมาณให้กลายเป็น 500 ครั้ง 2.การดึงอวัยวะเพศ เริ่มต้นจากใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ ล้อมรอบหัวตอนปลายของอวัยวะเพศ เพิ่มขนาดน้องชาย

เพิ่มขนาดน้องชาย

เพิ่มขนาดน้องชาย แล้วดึงออกไปข้างหน้าเล็กน้อย จนกระทั่งอวัยวะเพศมีการขยายตัวจนถึงขีดสุด ยืดค้างเอาไว้ประมาณ 15 วินาที แล้วจึงค่อยปล่อยให้อวัยยะเพศเป็นอิสระ วิธีการดังกล่าวจะช่วยทำให้อวัยวะเพศเกิดการยืดตัว และยังเป็นการช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ซึ่งการยืดอวัยวะเพศออกไปนั้น ควรจะทำการยืดไปทางซ้ายบ้าง ขวาบ้างสลับกันไป ในระหว่างที่ทำการออกกำลังกายด้วยวิธีนี้ เพื่อกล้ามเนื้อของอวัยวะเพศ ได้รับการยืดอย่างมีประสิทธิภาพครบทุกส่วน ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวิธีการเพิ่มขนาดเพศชายด้วยวิธีอื่นๆ

ในปัจจุบันมีการโฆษณาวิธีเพิ่มขนาด เพศชายต่างๆอย่างมากมาย ไมว่าจะเป็นวิธีการขลิบ วิธีการบำบัดความเครียดให้กับอวัยวะเพศ การใช้ยาชา การเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนโลหิต การรับประทานอาหารต่างๆ ที่มีคุณสมบัติในการช่วยเพิ่มขนาดเพศชาย ไม่ว่าจะเป็นอัลมอนด์ หรือการทานฮอร์โมนเพศชายเพิ่มเติม การทานวิตามิน สมุนไพร เป็นต้น ซึ่งวิธีเหล่านี้อาจจะสามารถช่วยในการเพิ่มขนาเพศชายได้บ้าง แต่อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้คุณหนุ่มๆลองใช้วิธีเพิ่มขนาด เพศชายที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของตัวเอง เพิ่มขนาดน้องชาย

รอยแผลเป็น แผลเป็น เกิดจากกระบวนการรักษาแผลที่เกิดจากการฉีดขาดของเนื้อเยื่อ และมีการสร้างเนื้อเยื่อที่เป็นคอลลาเจนมาทดแทนเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายไป ซึ่งเป็นกระบวนการรักษาแผลตามธรรมชาติ เมื่อแผลหายดีแล้วก็จะทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ โดยแผลที่มักทำให้เกิดแผลรอยแผลเป็นก็ได้แก่ แผลจากอุบัติเหตุ ถูกของมีคมบาด แผลผ่าตัด แผลปลูกฝี ฉีดวัคซีน แผลไฟไหม้น้ำร้อยลวก แผลสิว แผลจากโรคอีสุกอีใส แผลจากรอยสัก เป็นต้น และรอยแผลนอกจากจะเป็นรอยแผลที่ผิวหนังภายนอกแล้ว ยังเกิดขึ้นได้กับอวัยวะภายในอีกด้วย รอยแผลเป็น.

รอยแผลเป็น

รอยแผลเป็น ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดแผลเป็นจะเกิดได้มากน้อยก็ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยความรุนแรงของแผลหรือการฉีดขาดของเนื้อเยื่อตื้นลึกเพียงใด และปัจจัยการรักษาแผลของเราว่ารักษาแผลดีแค่ไหน ถ้ามีการดูแลรักษาที่ดีและทำให้แผลหายเร็ว รอยแผลเป็นก็จะลดน้อยลง เมื่อเปรียบเทียบกับการดูแลรักษาที่ไม่ดี

เมื่อหายเป็นปกติแล้วก็มักจะทิ้งรอยแผลเป็นที่มีลักษณะเป็นสีแดงหรือสีน้ำตาลและนูนเอาไว้ แต่เมื่อปล่อยทิ้งไว้ตามธรรมชาติประมาณ 1-2 ปีเป็นต้นไป รอยแผลเป็นก็จะจางลงพร้อมทั้งแบนราบลงได้เอง และยังพบว่าในเด็กจะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้น้อยกว่าในผู้ใหญ่, ในเพศหญิงจะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้มากกว่าเพศชาย, ในวัยรุ่นและวัยเจริญพันธุ์จะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้บ่อยกว่าวัยอื่น ๆ, ในคนผิวคล้ำจะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้มากกว่าคนผิวขาว และผู้มีประวัติเคยเกิดแผลเป็นและมีประวัติของครอบครัวเกิดแผลเป็นจะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้มากกว่าผู้ที่ไม่เคยมีประวัติดังกล่าว

ชนิดของแผลเป็น
แผลเป็นนูน จะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ ซึ่งทั้งสองแบบจะคล้ายคลึงกันทั้งสาเหตุที่เกิด ปัจจัยเสี่ยง อาการ และวิธีการรักษา แต่จะต่างกันเพียงแค่ลักษณะของแผล คือ

แผลเป็นนูนหนาธรรมดา หรือ แผลเป็นนูนชนิดเกิดเฉพาะบนตัวแผล (Hypertrophic) คือ แผลเป็นที่เป็นสีแดงและนูนขึ้นมาจากผิวหนังปกติ แต่ยังอยู่ในขอบเขตของรอยแผลเดิม แผลเป็นชนิดนี้เกิดจากการสร้างคอลลาเจนมากเกินไปและมักไม่ขยายกว้างขึ้นจากรอยเดิม โดยมักจะเกิดขึ้นภายใน 1 เดือน หลังแผลหาย และมักจะค่อย ๆ ยุบตัวแบนราบลงเมื่อเวลาผ่านไปเป็นเดือนหรือเป็นปี รอยแผลเป็น
Hypertrophic
แผลเป็นนูนชนิดลุกลามออกนอกตัวแผล หรือ แผลเป็นคีลอยด์ (Keloid) คือ แผลเป็นที่มีอาการนูนและแดงคล้ายกับรอยแผลเป็นนูนหนาชนิดแรก ตัวแผลมักนูนเหนือผิวหนังตั้งแต่ 4 มิลลิเมตรขึ้นไป และมักเกิดตามหลังแผลหายแล้วอย่างน้อย 3 เดือนไปแล้ว โดยจะมีความผิดปกติที่ทำให้เกิดการขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อย ๆ เข้าสู่เนื้อเยื่อโดยรอบของแผลแรกเริ่ม ไม่ยุบหายไปเอง โดยมักจะเกิดขึ้นบริเวณหัวไหล่ ต้นแขน ผนังหน้าอก และบริเวณหู (คีลอยด์จัดเป็นเนื้องอกธรรมดา ไม่ใช่เนื้อร้ายหรือมะเร็ง และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใด)
Keloid
วิธีรักษาแผลเป็น
การป้องกันแผลเป็น เป็นสิ่งสำคัญอย่างแรกที่ควรใส่ใจ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรลดสาเหตุและระดับความรุนแรงของการเกิดแผลให้ได้ แต่ถ้าเกิดแผลขึ้นแล้ว คุณควรดูแลรักษาความสะอาดของแผลอย่างเหมาะสมเพื่อให้แผลหายเร็วที่สุด เพราะยิ่งแผลหายเร็วเท่าใดโอกาสการเกิดแผลเป็นก็จะน้อยลงหรือเบาบางลงด้วย ส่วนปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อการหายของแผลก็ได้แก่ อายุ การขาดอาหาร การสูบบุหรี่ อุณหภูมิ ความชื้น ความเป็นกรดด่าง ออกซิเจน และยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าแผลจะหายได้เร็วขึ้นเมื่ออยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีอุณหภูมิอบอุ่นได้ดีกว่าอากาศเย็น ส่วนความชื้น ความเป็นกรดด่าง และออกซิเจนก็ช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้นเช่นกัน
รักษาแผลให้หายเร็วที่สุด จากที่กล่าวมาว่าการรักษาแผลให้หายเร็ว คุณควรรักษาสภาวะแวดล้อมและความสะอาดของแผลอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น การสูบบุหรี่ การขาดวิตามินซี และธาตุสังกะสี สำหรับการดูแลแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ เบื้องต้น ก็เริ่มจากการล้างหรือเช็ดทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาด แล้วตามด้วยการปิดทำแผลโดยปราศจากเชื้อ ส่วนถ้าเป็นแผลใหญ่คุณควรรีบไปพบแพทย์ นอกจากนี้การเกิดแผลเป็นอาจลดลงได้ ถ้าปากแผลแนบสนิทกันพร้อมทั้งลดแรงตึงต่อแผลให้น้อยลง
ปล่อยให้แผลเป็นจางลงเองตามธรรมชาติ เมื่อเวลาผ่านไปแผลเป็นอาจหดและจางลงได้เองในระดับหนึ่ง ดังนั้นศัลยแพทย์ตกแต่งส่วนมากจึงแนะนำให้ทิ้งไว้เฉย ๆ สัก 1 ปี เพื่อให้แผลจางลงเต็มที่ก่อนเข้ารับการรักษา
ใช้วิธีแบบธรรมชาติ สำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหามีรอยแผลเป็นที่เกิดจากการหกล้มหรือรอยขีดข่วนต่าง ๆ ที่พยายามลบเท่าไหร่แต่ก็ไม่หายหรือจางลงสักที วันนี้จึงอยากจะขอแนะนำวิธีดี ๆ จากสมุนไพรธรรมชาติจากต้นมะลิ โดยการนำเอาใบจากต้นมะลิลาหรือมะลิซ้อน นำมาตำให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำมาทาบริเวณรอยแผลเป็นวันละ 3-4 ครั้ง เมื่อแผลเป็นเริ่มจางลงแล้วก็ค่อยเอาใบมะลิมาถูเบา ๆ ได้เลย วันละ 3-4 ครั้ง เช่นกัน ส่วนสมุนไพรอื่น ๆ ที่สามารถทำให้รอยแผลเป็นจางลงก็ได้ ก็เช่น หัวหอม ใบบัวบก ว่านหางจระเข้ แตงกวา มะขามเปียก มะเขือเทศ มะนาว มะละกอสุก เป็นต้น รอยแผลเป็น.

ครีมทาก้น ผิวหนังที่ก้นและขาหนีบเป็นบริเวณที่มีเนื้อเยอะกว่าผิวหนังส่วนอื่นๆ หากเกิดการเสียดสีบ่อยๆ เช่น การใส่กางเกงรัดๆ นั่งบนเก้าอี้แข็งๆ เป็นต้น จึงทำให้เกิดปัญหาตูดดำเอาได้ง่ายๆ ยิ่งใครที่มีน้ำหนักมากๆ หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า “อ้วน” ก็จะยิ่งมีความสิ่งที่จิเกิดปัญหาตูดดำ ขาหนีบดำมากกว่าคนผอม ฉะนั้น วิธีแก้ตูดดำสำหรับคนอ้วนจึงจำเป็นต้องลดน้ำหนักให้ได้ก่อน ครีมทาก้น นอกเหนือจากนั้นก็ควรใช้วิธีแก้ตูดดำแบบบ้านๆที่เราได้รวมรวมมานำเสนอดังต่อไปนี้ ครีมทาก้น.

ครีมทาก้น
ครีมทาก้น วิธีแก้ตูดดำแบบบ้านๆ
1.แก้ตูดดำฉบับพันทิป วิธีแก้ตูดดำนี้เราได้นำมาจากเว็บไซต์ดังอย่างพันทิป ที่มีคนไปตั้งกระทู้เอาไว้ว่า “(รีวิว) ครีมแก้ก้น(ตูด)ดำ ทำเอง ราคาถูก” โดยมีการใช้วาสลีนกระปุกสีเหลือง ผสมกับครีมกวนอิมที่หาได้ตามร้านสะดวกซื้อ ซึ่งวิธีการทำก็แสนง่ายเพียงแค่ตักส่วนผสมทั้งสองมาคนให้เข้ากัน จากนั้นก็นำมาทาบริเวณที่เป็นปัญหาได้เลย สำหรับผลลัพธ์ที่ได้มีผลมาแสดงความเห็นการันตีสูตรนี้อยู่พอสมควร โดยสูตรนี้จะทำให้ความดำด้านค่อยๆหายไป จนได้ผิวแก้มก้นเนียนสดใสแบบเป็นธรรมชาติอย่างที่สาวๆต้องการ
2.แก้ตูดดำด้วยการสครับและบำรุง โดยขั้นตอนแรกให้ทำความสะอาดผิวบริเวณที่เป็นปัญหาตูดดำเสียก่อน จากนั้นก็ทำการสครับผิวโดยใช้ยี่ห้ออะไรก็ได้ ขัดเบาๆไปตรงที่บริเวณดำด้าน เพื่อเป็นการดูแลผลัดเซลล์ผิวที่หยาบกระด้างออกไป ท้ายสุดให้บำรุงผิวด้วยการชโลมน้ำมันมะพร้าวให้ชุ่ม โดยขั้นตอนนี้จะช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น สุขภาพผิวแข็งแรง ไม่แห้งกร้าน ที่สำคัญสารอาหารในน้ำมันมะพร้าวจะช่วยแก้ตูดดำอย่างเห็นผล
ขั้นตอนสุดท้ายให้ทาครีมกวนอิม เพราะสีของครีมค่อนข้างออกไปทางสีเนื้อคล้ายบีบีครีม ซึ่งหลังจากทาไปได้สักพักจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งนี้ หลังจากทาครีมกวนอิมแล้วอาจจะมีความเหนียวเหนาะหนะ ทำให้บางคนรำคาญใจ ก็สามารถแก้ได้โดยการโบกแป้งเด็กไปที่ก้นได้เลย หลังจากนั้นก็รอดูผลลัพธ์ที่ได้ ซึ่งการรันตีได้เลยว่าภายใน 3 สัปดาห์จะเริ่มเห็นผลถึงความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ครีมทาก้น
นอกจากวิธีแก้ตูดดำข้างต้นแล้ว ยังควรหาเบาะรองก้นนิ่มๆมาแทนที่นั่งแข็งๆ โดยเฉพาะคนที่ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ หากหาที่เบาะนุ่มมารองก้นแล้วล่ะก็ ปัญาตูดดำก็จะมาเยือนไม่รู้จักจบจักสิ้น และสำหรับคนที่ชอบนั่งพื้นก็ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หลีกเลี่ยงการนั่งพื้น เพราะจะช่วยลดการสัมผัสไม่ให้ผิวเสียดสีจนเกิดเป็นรอยตูดดำ
การทาครีมบำรุงผิวมอบความชุ่มชื่นเป็นประจำในบริเวณจุดสัมผัสหรือเสียดสีก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยเนื้อครีมจะช่วยลดอาการดำ ความหมองคลำ และความแห้งกร้านได้ดี รวมทั้งช่วยในเรื่องความเนียนน่าสัมผัส เพราะช่วยทำให้ผิวไม่แห้ง หยาบกร้าน หรืออีกวิธีได้ผลไม่แพ้กันคือการสครับผิว ทั้งนี้ ควรสครับผิวตามจุดสัมผัสโดยค่อยๆขัดอย่างเบามือ จะสามารถแก้ตูดดำให้จางลงได้บ้าง หรือให้ความหนาลดลง แต่ในรายที่ผิวบริเวณดังกล่าวดำมากก็อาจใช้ไม่ได้ผล
ไม่แนะนำให้สครับขัดแบบรุนแรง ใครที่คิดยิ่งลงแรงขัดความดำจะได้หลุดออก เช่น เอาใยบวมหนาๆ มาขัดถูแรงๆ จนเกิดอาการอักเสบบวมแดง พอแดงมากๆ อาจจะทำให้ความดำเยอะขึ้นได้อีก เพราะนั่นคือการเสียดสีอย่างรุนแรง ดังนั้น อย่าขัดตัวผิวบริเวณก้นบ่อยเกินไป แค่สัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอแล้ว ที่สำคัญ ผงสครับขัดผิวต้องมีความละเอียดพอสมควร ห้ามเอาแบบเม็ดเกลือชนิดหยาบๆมาขัดตัวเด็ดขาด ครีมทาก้น.

^