แก้แขนลาย ผิวแตกลาย หรือ รอยแตกลาย เป็นรอยที่สังเกตได้ง่าย หรือที่ทางการแพทย์เรียกกันว่า “Stretch marks” หรือ “Striae” ซึ่งเป็นแผลชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นบริเวณผิวหนังและมีสีที่แตกต่างอย่างชัดเจนกับผิวหนังส่วนอื่น แก้แขนลาย.

แก้แขนลาย

แก้แขนลาย โดยสาเหตุนั้นเกิดจากการฉีกขาดของหนังแท้ ผิวหนังเกิดการยืดขยายตัวอย่างรวดเร็วของผิวหนังบริเวณนั้น ๆ ซึ่งผิวแตกลายนั้นจะเกิดขึ้นที่ผิวหนังชั้นกลาง และมักจะเกิดในบริเวณที่มีไขมันสะสมอยู่มาก เช่น บริเวณหน้าท้อง หน้าอก เต้านม สะดือ ต้นแขน ต้นขา สะโพกและน่อง คนส่วนใหญ่จึงมักเจอปัญหานี้ในตอนเด็กที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่น เพราะเป็นวัยกำลังกินกำลังโต หรือเกิดจากการมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็วจนผิวหนังขยายตามไม่ทัน อย่างในวัยรุ่นที่โตเร็วหรืออ้วนมากเกินไป หรือในกลุ่มนักกีฬาเพาะกายที่มวลกล้ามเนื้อโตขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงกลุ่มคนที่ลดน้ำหนักลงอย่างรวดเร็ว และปัญหาผิวแตกลายในสตรีตั้งครรภ์มากถึง 90% เพราะครรภ์โตจนทำให้หน้าท้องและขาอ่อนแตกลาย ส่วนสาเหตุอื่น ๆ นั้นก็อาจเกิดจากโรคบางชนิด เช่น โรคตับอักเสบเรื้อรัง โรค Marfan Syndrome เป็นต้น และเกิดจากการใช้ยาทาหรือยารับประทานในกลุ่มของสเตียรอยด์มาเป็นระยะเวลายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นยาหม้อ ยาลูกกลอน ซึ่งชาวบ้านชอบกินกันมาก เพราะเข้าใจว่าเป็นสมุนไพรไม่มีพิษมีภัยอะไรแก้แขนลาย

อาการเริ่มแรกของผิวแตกลาย คือ ผิวหนังจะเกิดรอยเป็นเส้นสีแดงหรือม่วง (ระยะแรก) และจะมีสีอ่อนลงเรื่อย ๆ จนเป็นสีขาวขุ่น (ระยะหลัง) การรักษาในระยะแรกถ้าทาครีมเป็นประจำลายแตกก็อาจจะหายได้ทัน ดังนั้นคุณจึงต้องหมั่นสังเกตผิวกายของตัวเองอย่างสม่ำเสมอด้วย คราวนี้มาดูกันเลยดีกว่าว่าเราจะมีวิธีรักษารอยแตกลายบนผิวนี้ได้อย่างไรแก้แขนลาย

วิธีลดรอยแตกลาย
ดูแลตัวเองให้ดี ไม่ว่าจะเป็นการ หันมาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายนอกจากจะช่วยทำให้รูปร่างของเราดูดีและผิวมีความยืดหยุ่นแล้ว ยังช่วยทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายเกิดความสมดุลและช่วยลดการเกิดปัญหาผิวแตกลายได้อีกด้วย, รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น วิตามินเอ, แร่สังกะสี (แครอท, ฟักทอง, ตำลึง, มะละกอ, กวางตุ้ง, ผักบุ้ง), วิตามินซี, วิตามินดี (นม, เนย, ตับ, ปลาแซลมอน), โปรตีน (เนื้อสัตว์ต่าง ๆ) เป็นต้น และพยายามควบคุมอาหารให้ได้ ไม่ตามใจปาก แต่ถ้าอยากเห็นผลไว้ขึ้นก็แนะนำให้หาวิตามินเสริมมากินครับ อย่างวิตามินซีวันละ 500-1,000 มิลลิกรัม เพื่อช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน, ดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและสร้างความยืดหยุ่นให้กับผิว (แต่สำหรับบางคนที่มีผิวหนังแห้งและผนังชั้นขี้ไคลเสื่อม การดื่มน้ำมาก ๆ ก็ไม่ด้วยช่วยเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้ได้) และพยายามหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มจำพวกชาและกาแฟ, ไม่อบน้ำอุ่นและไม่เกาผิวเป็นอันขาด เพราะจะทำให้ผิวแห้งและแตกลายมากยิ่งขึ้น, พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงอย่างวัยรุ่น ผู้ออกกำลัง และหญิงตั้งครรภ์ (ยิ่งผู้หญิงที่รู้ตัวว่ากำลังตั้งครรภ์ ก็ควรจะหาครีมทาไว้แต่เนิ่น ๆ เพราะถ้ารอให้ผิวแตกลายเมื่อไหร่ จะหาครีมมาโบกเท่าไหร่มันก็ยากที่จะกลับมาเหมือนเดิม) เป็นต้น แก้แขนลาย.

แก้ท้องลาย การเลือกผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิว ทีสามารถช่วยบรรเทาอาการท้องลายหลังคลอดอย่างที่ได้นำเสนอไปแล้วในตอนต้นว่า การแก้ไขปัญหาท้องลายหลังการคลอดนั้นเป็นสิ่งที่ยาก และจำเป็นที่จะต้องใช้ระยะเวลาที่ค่อนข้างจะยาวนานให้ร่างกายของคนเราเกิดกระบวนการเยียวยาตัวเองตามธรรมชาติ แต่คุณก็สามารถที่จะเร่งกระบวนการซ่อมแซมตัวเองเหล่านั้นให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นได้ แก้ท้องลาย.

แก้ท้องลาย

แก้ท้องลาย ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวที่มีความเหมาะสมกับปัญหาโดยเฉพาะ อย่างผลิตภัณฑ์ที่ช่วยกระชับผิวหนัง เสริมสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน รวมไปถึงให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง แก้ท้องลาย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้ผิวที่แตกลายหลังคลอดเกิดการฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเหมาะสมมากที่สุด นอกจากนี้ถ้าจะให้ดีที่สุด ก็ควรที่จะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติเป็นหลัก เพื่อให้ผิวที่บอบางหลังคลอดที่กำลังอยู่ในช่วงการฟื้นฟูตัวเองนั้น ไม่ได้รับผลกระทบที่มากจนเกินไปนัก

การดูแลรักษาตัวเองหลังคลอดแก้ท้องลาย
1. การใช้ครีมทาผิวหลังการคลอด มีผลวิจัยว่า ครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากโกโตโคลา วิตามินอี และคอลาเจนไฮโดราไลเสท มีคุณสมบัติในการช่วยลดการแตกลายของหน้าท้องได้ ในกรณีที่มีอาการท้องลายไม่มากนัก สามารถใช้ยาที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ ทาเพื่อช่วยให้รอยแตกลายจางลงได้

2. เสริมสร้างคอลลาเจนด้วยวิตามินอี ซึ่งจะช่วยทำการซ่อมแซมเซลล์ผิว ทำให้ริ้วรอยที่หน้าท้องจางลง โดยการรับประทานวิตามินอีวันละ 1 เม็ด หรือทำการนวดบริเวณหน้าท้องด้วยน้ำมันที่มีส่วนผสมของวิตามินอี เช่น น้ำมันจมูกข้าว น้ำมันมะพร้าว น้ำมันอัลมอนด์ ไขมันจากเมล็ดโกโก้ หรือที่เรียกกันว่าเนยโกโก้ เป็นต้น

3. ดื่มน้ำในระหว่างวันมากๆ นอกจากน้ำสะอาดแล้ว ยังควรดื่มชาเขียว ชาสมุนไพร น้ำผักและน้ำผลไม้ เพื่อเป็นการช่วยคืนความชุ่มชื้น ป้องกันรอยแตกของผิวได้เป็นอย่างดี แก้ท้องลาย.

หน้าท้องลาย แม้ว่าในช่วงที่ตั้งครรภ์ คุณแม่ที่รักความสวยความงามจะใส่ใจดูแลสุขภาพผิวเป็นอย่างดี ทั้งทาครีมหลากหลายสูตร ตามคำแนะนำต่างๆ ของผู้มีประสบการณ์เพื่อไม่ให้หน้าท้องแตกลายแล้วก็ตาม แต่สุดท้ายก็รับมือไม่อยู่จริงๆค่ะ มีร่องรอยอารยธรรมปรากฎให้เห็นมากมาย และเห็นชัดมากๆ หลังจากที่คลอดไปแล้ว ทีนี้หละจะทำอย่างไรดี? หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย

หน้าท้องลาย ปัญหาท้องลาย รอยแตกลายหลังคลอด ตามความเป็นจริงแล้วไม่สามารถรักษาได้ หรือ ห้ามไม่ให้อาการท้องลายเกิดขึ้นได้เลยค่ะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน การทาครีมเป็นประจำ จะทำให้รอยค่อยๆจางหายเมื่อเวลาผ่านไป หรืออาจจะช่วยไม่ให้เกิดท้องลายมากขึ้นหน้าท้องลาย

เพื่อช่วยให้ผิวยืดหยุ่นดีขึ้นควรรักษาและดูแลผิวแต่เนิ่นๆ ในระยะแรกที่เริ่มเกิดปัญหาท้องลาย รอยแตกลายหลังคลอด การรักษาด้วยครีมบำรุงต่างๆ ช่วยได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นค่ะ ซึ่งในระยะแรกของรอยแตกลายจะเป็นเส้นแบนหรือนูนเล็กน้อย สีแดงปนชมพู ซึ่งสามารถรักษาได้โดยหน้าท้องลาย

การทายาอนุพันธ์กรด วิตามินเอ
กรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี ( Microdermabrasion ) หรือผลัดผิวด้วยกรดผลไม้ ( Chemical Peel ) ก็ช่วยทำให้ผิวดูเรียบขึ้นโดยการกำจัดเซลล์ชั้นบนๆ ออกไป ได้ผล 10-30%
เลเซอร์ทำลายรอยแดง กระตุ้น Collagen และปรับสีรอยแตกให้ใกล้เคียงกับผิวปกติ ซึ่งได้ผล 30-60% หน้าท้องลาย.

 

แขนลาย ปัญหาแขนลายเกิดจากอะไร สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว มักจะมีสาเหตุใหญ่ๆ ดังต่อไปนี้ แขนลาย.

แขนลาย

แขนลาย

1. ต่อมน้ำเหลืองทำงานไม่ปกติ ทำให้เมื่อถูกยุง หรือแมลง กัดต่อยจึงมักจะเกิดอาการแพ้ เมื่อทำการเกาก็จะยิ่งทิ้งรอยแผลเป็นด่างดำเอาไว้บนแขนมากยิ่งขึ้น สำหรับบางคนที่แพ้มาก ถึงแม้จะไม่ได้ทำการเกา แต่กลับเกิดรอยด่างดำเหลือทิ้งเอาไว้เมื่อตุ่มที่เกิดจากการกัดเหล่านั้นหายไปก็มีเช่นกัน

2. รอยแผลเป็นจากการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นกับคนที่ชอบทำกิจกรรมผาดโผน ผจญภัย หรือเล่นกีฬาบ่อยๆ สำหรับบางคนอาจจะมีพฤติกรรมเหล่านั้นตั้งแต่สมัยตอนเป็นเด็ก แต่อาจจะยังคงมีแผลเป็นหลงเหลืออยู่

3. แพ้อากาศหรือฝุ่น เมื่อนั่งอยู่ในบริเวณที่มีฝุ่นละอองมากๆ ในเวลาไม่นานกลับมีอาการผดผื่นคันเกิดขึ้น แต่หลังจากที่อาการเหล่านั้นหายไปแล้ว กลับยังคงหลงเหลือรอยด่างดำทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้า

4. เป็นขนคุด เมื่อทำการถอนออก เมื่อหายกลับกลายเป็นทิ้งรอยจุดดำๆเอาไว้เต็มแขนให้เห็นอย่างชัดเจน

5. สีผิวไม่สม่ำเสมอ ทำให้มองดูเป็นสีผิวมีการตัดกัน และไม่เรียบเนียนอย่างที่ควร

6. ผิวแห้งมาก จนทำให้เกิดริ้วรอยของผิวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากผิวขาดความชุ่มชื้น

7. ไวรัสผิวหนัง ซึ่งเป็นต้นของโรคผิวหนังบางประเภท ที่ทำให้แขนเกิดริ้วรอยด่างดำ และแขนลายขึ้น

8. การเพิ่มหรือลดของน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็วเกินไป มักเกิดขึ้นกับคนที่เคยอ้วนแล้วอยู่ๆลดน้ำหนักผอมลงอย่างรวดเร็ว หรือผู้หญิงที่พึ่งคลอดบุตร การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วจะทำให้ผิวหนังบริเวณแขนปรับสภาพไม่ทันจนกระทั่งเกิดเป็นรอยแตกลายขึ้น

วิธีป้องกันปัญหาแขนลาย
สำหรับคนที่ไม่อยากให้เกิดปัญหาแขนลายขึ้นกับตัวเองนั้น ควรปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้ให้เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ

1. รับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงผิว เช่น ผัก ผลไม้ ที่มีวิตามินซี วิตามินอี ซึ่งจะช่วยในการปรับฮอร์โมน ระบบเลือด และน้ำเหลือง ให้มีการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการช่วยบำรุงผิวพรรณ และเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับผิวหนังอีกด้วย

2. ระวังอย่าให้แมลงหรือยุงกัด ถ้าหากจำเป็นที่จะต้องไปในสถานที่ที่มียุงหรือแมลงมากๆ ควรทำการทางโลชั่นกันยุงและแมลงเอาไว้ก่อนตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะคนที่ต่อมน้ำเหลืองทำงานไม่เป็นปกติ หรือแพ้น้ำลายยุง ซึ่งมักจะเกิดปัญหาแขนลายขึ้นภายหลังจากที่ถูกกัด

3. เมื่อรู้สึกระคายเคืองผิวหนังหรือคันอย่าเกาหรือแกะ เมื่อรู้สึกคันคนเรามักที่จะทำการเกาทันที ซึ่งมักที่จะทำให้มักเกิดแผลถลอกขึ้น สำรับคนที่ต่อมน้ำเหลืองไม่ดี เมื่อเกิดแผลถลอกขึ้นแม้จะเพียงเล็กน้อยแต่ก็มีโอกาสจะลุกลามจนกลายเป็นแผลใหญ่ หรือเน่าได้ง่าย เมื่อแผลเกิดการตกสะเก็ดแล้วหลุดออกจะทำให้เกิดรอยดำ

 

ผิวทุกส่วนของคุณสาวๆจะมีการเปลี่ยนปลงไปตามอายุ กาลเวลาที่ร่วงโรยมักจะทำให้เกิดการสูญเสียไขมันเคลือบผิว ในขณะเดียวกันผิวก็จะบางลงจนสามารถมองเห็นเส้นเลือด และกระดูกได้ง่ายมากขึ้น ความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองของเซลล์ผิวลดลงเป็นอย่างมาก เพียงแค่รอยข่วน แผล หรือรอยฟกช้ำจากการกระแทกก็อาจที่จะต้องใช้ระยะเวลานับปีในการรักษาแขนลาย

นอกจากนี้ด้านมลภาวะที่เลวร้ายรอบตัวเราในปัจจุบัน ก็ยิ่งมีส่วนในการทำร้ายผิวให้มากขึ้นกว่าเดิม การอาบแดด หรือออกไปเดินท่ามกลางแสงแดดเป็นระยะเวลานานๆ อาจนำไปสู่ริ้วรอยหยาบกร้าน โดยเฉพาะในส่วนของผิวหนังบริเวณที่ไม่ค่อยได้รับการใส่ใจดูแลมากนัก จนกระทั่งทำให้เกิดปัญหาแขนลายขึ้นมาในที่สุด แต่จะดีกว่าหรือไม่ ถ้าหากคุณสาวๆได้เรียนรู้วิธีการป้องกันตัวเองจากปัญหาแขนลายเอาไว้ก่อนเสียตั้งแต่เนิ่นๆ
เป็นจุดทั่วไปหมด ควรใช้โลชั่นคารามาย ทาในบริเวณดังกล่าวเพื่อรักษาอาการคันจะดีที่สุด
4. ในขณะที่นอนควรสวมชุดนอนที่มีแขนขายาว เพราะในขณะที่นอนหลับ เมื่อรู้สึกคันขึ้นร่างกายอาจจะเกิดการเกาไปเอง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดรอยแผล หรืออาจจะถูกแมลงกัดในขณะที่ไม่ทันรู้ตัว การสวมชุดนอนทีมีแขนยาวจึงเป็นการช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ในระดับหนึ่ง

5. สำหรับคนที่ผิวแห้งไม่ควรอาบน้ำอุ่น เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งเพิ่มมากขึ้น อาจทำให้เกิดรอยแตกแขนลายเพิ่มมากขึ้นแขนลาย

6. พยายามดื่มน้ำมากๆ และอย่าลืมทาครีมบำรุงผิวทุกครั้งหลังการอาบน้ำ โดยการทาเบบี้ออย หรือครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่ง จะช่วยทำให้รอยแตกลายดูจางลง และช่วยชดเชยน้ำที่ขาดหายไปของผิวหนัง

7. ห้ามทาแป้งที่แขนหลังจากการอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ เนื่องจากหลังการอาบรุมขนจะมีการเปิดตัว หากทำการทาแป้งลงไปจะเข้าไปอุดตันในรูขุมขน จนอาจทำให้เกิดสิวอุดตันขึ้นและเหลือริ้วรอยด่างดำเอาไว้บนแขนในที่สุด
8. พยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด ซึ่งจะทำให้ผิวคล้ำมากขึ้น และทำให้รอยแผลเป็นด่างดำในบริเวณแขนมีความเด่นชัดมากขึ้นตามไปด้วย และยังทำให้รักษาได้ยากยิ่งขึ้นอีกด้วย

9. ควบคุมน้ำหนักให้คง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผิวหนังเกิดการยืดหรือหดตัวเร็วมากจนเกินไป เนื่องจากเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดแขนลายขึ้น แขนลาย.

ขาแตกลาย ไม่อยากขาลายมาทางนี้! อยากใส่กางเกงขาสั้น โชว์เรียวขาสวยๆ ได้สักที กับ 7 วิธีจากสมุนไพรธรรมชาติ ที่พลาดไม่ได้นะจ้ะ ขาแตกลาย.

ขาแตกลาย

ขาแตกลาย
1. สูตรน้ำมะนาวผสมดินสอพอง โดยการพอกน้ำมะนาวผสมดินสอพองลงบนบริเวณที่ขาลาย ทิ้งเอาไปไว้สักครู่ แล้วใช้ใยบวบขัดล้างผิวบริเวณดังกล่าวเพื่อเอาน้ำมะนาวและดินสอพองออกจากผิวขาแตกลาย

2. สูตรขมิ้นผง นำขมิ้นผงผสมกับน้ำเล็กน้อยจากนั้นให้นำไปพอกบริเวณที่มีปัญหาขาลายทิ้งเอาไว้สักครู่ จากนั้นใช้ใยบวบขัดผิวในบริเวณดั่งกล่าวพร้อมกับล้างขมิ้นออก

3. สูตรมะขามเปียก น้ำมะขามเปียกมาคั้นเอาแต่น้ำ แล้วนำไปทาพอกบริเวณที่มีปัญหาขาลายทิ้งเอาไว้สักครู่ จากนั้นใช้ใยบวบขัดผิวในบริเวณดั่งกล่าวพร้อมกับล้างขมิ้นออก

4. สูตรขัดผิวด้วยเกลือสปา นำเกลือสปามาขัดผิวในบริเวณที่เกิดปัญหาขาลาย ในขณะที่ทำการอาบน้ำ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยทำให้ผิวในบริเวณนั้นขาวเนียนและลดรอยลายของขาลงขาแตกลาย

5. สูตรมะกรูด นำมะกรูดมาผ่าครึ่ง จากนั้นให้นำส่วนที่ถูกผ่ามาทาลงที่ผิวในบริเวณที่มีปัญหาขาลาย พร้อมกับค่อยๆน้ำภายในผลให้ออกมาเรื่อยๆ เมื่อทาจนทั่วแล้วให้ทิ้งเอาไว้สักครู่ให้แห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

6. สูตรมะขามเปียก+ผงขมิ้น+นมสด นำส่วนผสมดังกล่าวมาใช้ในการขัดบริเวณที่มีปัญหาขาลายสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยทำให้ขาเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น

7. ป้องกันภายนอกด้วยยากันยุง เพื่อป้องกันสาเหตุของยุง ใช้ยากันยุงหรือสเปรย์กันยุง หรือโลชั่นทากันยุง ไม่ให้มากัดอีก เพื่อสุขภาพควรเลือกยากันยุงที่มีส่วนผสมของสมุนไพรธรรมชาติ ที่มีอยู่ใน Kayari จะได้ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แถมยังได้กลิ่นหอมอีกด้วย ขาแตกลาย.

 

หน้าท้องลาย รอยแตกลายคืออะไร หลายๆงานวิจัยทางการแพทย์ ก็จะบอกตรงกันค่ะ ว่ารอยแตกลายนี่เป็นแผลอย่างนึงที่เกิดในชั้นหนังแท้ (mid dermal layer) โดยที่มีความผิดปกติมาตั้งแต่ชั้นหนังกำพร้าที่ฝ่อบางลงค่ะ หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย
หน้าท้องลาย สาเหตุ
ถ้าสาเหตุจริงๆยังไม่ทราบ (เคยมีผู้อ่านต่อว่าเรื่องอื่นมาว่า ไม่รู้สาเหตุแล้วมาโพสท์ทำไม หมอก็ขอแจ้งให้ทราบว่าเรื่องทางการแพทย์ เรื่องเกี่ยวกับชีวิตคนก็ยังมีอีกเยอะที่ยังไม่ทราบชัดเจนค่ะ นักวิจัยดังๆระดับโลกเค้ายังไม่ทราบเลย หมอก็คงตอบเหมือนเค้าค่ะว่าไม่ทราบ แต่ทางการแพทย์แม้ว่าเค้าไม่ทราบกัน เค้าก็มักจะมีการคาดคะเนสาเหตุที่อาจเป็นไปได้ค่ะ แต่ไม่ใช่มั่วๆตอบไป มีการตัดชิ้นเนื้อจากที่เป็นรอยแตกพิสูจน์ด้วยค่ะ)
แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่ในปัจจุบัน เค้าคาดว่า การเกิดรอยแตกลาย มักมี 3 เหตุผลนี้อยู่ด้วยกันค่ะ (ไม่ใช่อย่างใดอย่างนึงค่ะ) คือหน้าท้องลาย
1.การยืดขยายของผิวหนัง ในคนตั้งครรภ์ ผนังหน้าท้องก็มีการขยายอย่างเร็ว (striae gravidarum ดูตามรูป 2) , ในคนที่อ้วน อาจจะเป็นเด็กก็ได้ก็เกิดรอยแตกขึ้น (striae distensae) นอกจากนี้ในผู้ชายที่เล่นกล้ามก็มีการขยายขนาดของกล้ามเนื้อ และผิวหนังก็ต้องมีการขยายไปด้วยและมีรอยแตกเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะที่บริเวณหน้าอกและไหล่ ต้นแขน (striae distensae ดูตามรูป 3 )
2. ผลจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่นในช่วงการเข้าสู่วัยสาว(รอยแตกมักเป็นในผู้หญิงมากกว่าชาย) จริงๆในช่วงเข้าสู่วัยรุ่นก็มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเช่นสะโพกผายออก ก็มีรอยแตกบริเวณสะโพก ต้นขา,การตั้งครรภ์ก็มีการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน
3. พันธุกรรม เช่นคุณแม่ตอนตั้งท้องมีรอยแตกลาย ลูกเมื่อตั้งท้องก็มีโอกาสเกิดรอยแตกลายได้มาก เพราะโครงสร้างในผิวหนังมีความเสี่ยงกับการเกิดรอยแตก (อันนี้ไม่เสมอไปค่ะ พบความเกี่ยวโยงกันได้มาก แต่บางคนไม่เป็นตามนี้ก็ได้)
การเกิดรอยแตกลาย เกิดได้ในเหตุการณ์ใดบ้าง ?หน้าท้องลาย
- คนที่อ้วนขึ้นอย่างเร็ว หรือหญิงตั้งครรภ์ที่อ้วนขึ้นเร็ว มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก (ปรึกษาสูตินารีที่ฝากท้องด้วยนะคะ เรื่องว่าควรมีน้ำหนักเพิ่มอย่างไรเวลาตั้งครรภ์)
- คนเข้าสู่วัยสาว (ตามที่บอกไปแล้ว) , คนเพาะกายจนมีขนาดกล้ามเนื้อและผิวหนังที่ต้องยืดขยายตาม ,การได้รับยากลุ่มสเตียรอยด์ ทั้งแบบกินและทาเป็นเวลานาน (ถ้าท่านที่มีโรคประจำตัวต้องใช้ยา ก็รบกวนถามคุณหมอที่ดูแลอยู่นะคะ ว่าจะให้ใช้ยาไปนานเท่าไหร่ โรคบางโรคจำเป็นคุณหมอก็พยาบยามปรับให้มีปัญหากับคนไข้น้อยสุด แต่โรคที่เป็นเหตุให้ต้องใช้ยาก็ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ต้องใช้ คุณหมอที่รักษาท่านเป็นคนดูแลเรื่องนี้ อย่ามาถามหมอนะคะ ว่าจะหยุดยาอะไรทำนองนี้ ให้ถามคุณหมอที่รักษาค่ะ) กลุ่มพวกทายาผิวขาวตัวขาว แล้วแอบผสมสเตียรอยด์เมื่อใช้ไป 2-3 เดือน ก็เกิดรอยแตกขึ้นได้ (ดูรูป 8 ซึ่งเป็นรูปเด็กนักเรียนหญิงที่ทาครีมกลุ่มนี้ แล้วเป็นกันหลายคนตามข่าวเมื่อนานแล้วค่ะ)
- โรคบางชนิด (ขอไม่พูดถึง เพราะจะต้องอธิบายกันมึน คุณหมออายุรกรรมท่านดูแลเรื่องนั้นค่ะ)
ตำแหน่งที่พบรอยแตกได้ ถ้าเรียงจากบนลงล่าง ก็เช่นรอบๆรักแร้ ,ต้นแขน , ข้อพับด้านในของแขน , หน้าอก(ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย) ,ท้อง, หลัง ,สะโพก,ต้นขา,เข่า,น่อง
ลักษณะการตัดชิ้นเนื้อจากบริเวณที่เป็นรอยแตกมาย้อมสี ส่องกล้องจุลทรรศน์ หลักๆคือ elastin ซึ่งมีมากในชั้นหนังแท้ มีการเรียงตัวที่ผิดปกติไปจากเดิม คลอลาเจนผิดปกติ หนังกำพร้าฝ่อ (นึกๆแบบนี้แล้ว ก็คงนึกได้ว่า รอยแตกซึ่งเป็นการปริของผิวหนังลงไปในชั้นหนังแท้ส่วนล่าง มีโครงสร้างเนื้อเยื่อที่ผิดปกติไปมาก คงยากมากที่จะทาครีมแล้วเปลี่ยนแปลงได้ ขนาดเลเซอร์ลงลึกยังยากเลย
ป้องกันยังไงไม่ให้เป็นรอยแตก ?
ถ้าตอบกันแบบตรงๆคือยากค่ะ อาจจะทำได้ข้อนึงคืออย่าอ้วนเร็ว ข้ออื่นๆที่เป็นเหตุที่น่าจะทำให้เกิด ไม่ว่าระดับฮอร์โมน ในเลือดหรือพันธุกรรม เราก็ป้องกันไม่ได้ค่ะ ส่วนครีมที่คนตั้งครรภ์ทาที่ท้องกันเวลาท้องโตขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีส่วนผสมของ oil หรือชุ่มชื้น ในงานวิจัยหลายๆอัน พบว่าช่วยได้น้อย แต่จะทาก็ไม่เป็นอันตรายค่ะ หน้าท้องลาย.

แก้แขนลาย รอยแตกลาย บางคนเรียกรอยแส้เฆี่ยน (striae, stretch marks) เรื่องนี้เป็นปัญหาทางผิวหนัง ที่มีผู้อ่านขอให้เขียนมากๆ ตอนแรกหมอก็ไม่ได้จะเขียนหรอกค่ะ เพราะไม่อยากมีปัญหากับใคร ไม่ว่าจะบริษัทครีม หรือคลินิคไหนๆ ดังนั้นก่อนจะอ่าน ขอทำความเข้าใจดังนี้นะคะ แก้แขนลาย.

แก้แขนลาย

แก้แขนลาย
1. ที่คลินิคหมอเองไม่ได้รักษาเรื่องรอยแตกลาย ไม่มีคลินิคที่จะแนะนำ และไม่ทราบว่าเค้าคิดค่ารักษาอย่างไรค่ะแก้แขนลาย
2. หมอจะพูดตรงๆตามเนื้อหาวิชาการค่ะ ไม่ได้เอาใจใครเลย แต่ก็จะไม่ได้เขียนยี่ห้อของครีม หรือเลเซอร์ต่างๆนะคะ
3. ไม่ต้องสอบถามหมอว่าครีมนั่นนี่ดีมั้ย หรือส่งรูปหลอดครีมมาใน inbox ให้หมอดูนะคะ 40 คน 40 ยี่ห้อ หมอไม่ได้ตอบค่ะ หมอได้เขียนเหตุผลต่างๆในเนื้อหาแล้ว ต้องช่วยตัวเองอ่านแล้ววิเคราะห์เหตุผลดูเองบ้างค่ะ ถ้าใครลองใช้ครีมนั่นนี่ก็ไม่ถือว่าอันตรายร้ายแรงอะไรก็จะลองดูก็ได้ ถ้าใช้แล้วเห็นผล เวลาผ่านไป 6 เดือนก็ควรจะเห็นผลบ้างค่ะ ถ้าได้ผลแล้วหยุดนิ่งไม่ดีขึ้นนานๆ ก็อาจได้ผลแค่ประมาณนั้นค่ะ ส่วนสีจากสีเข้มแล้วจางลง จริงๆแล้วไม่ต้องทาอะไรก็จางลงเองอยู่แล้วค่ะ
4. เช่นเดียวกันค่ะ อย่าถามว่าเลเซอร์ตัวไหนดี ไม่ดี ทำที่ไหนดี ไม่ทราบเลยค่ะ รบกวนอ่านในเนื้อหานะคะแก้แขนลาย
ถ้าเขียนมาถามสิ่งเหล่านี้ หมอจะไม่ได้ตอบคำถาม แต่จะบอกให้ไปอ่านในเนื้อหาค่ะ เข้าใจตรงกันก็เริ่มเลยนะคะ
“รอยแตกลาย” stretch marks หรือ striae นี้ หมอขอใช้ภาษาไทยง่ายๆเพื่อให้เห็นภาพพจน์ว่า “รอยปริ” นะคะ เป็นการฉีกขาดในชั้นหนังแท้ค่ะ แก้แขนลาย.

 

แขนลาย ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเกิดรอยแตกลาย หญิงตั้งครรภ์ร้อยละ 80-90 พบกับปัญหารอยแตกลาย เนื่องจากระหว่างตั้งครรภ์เป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงของไขมันที่มีการสะสมมากขึ้น และยังมมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ ทำให้หญิงที่ตั้งครรภ์มีรอยแตกสีแดง บริเวณท้อง สะโพก หลัง และเต้านม จากการศึกษาวิจัย พบว่าหญิงตั้งครรภ์มักจะมีรอยแตกช่วงปลายของการตั้งครรภ์ (เดือนที่ 6-7) ร้อยละ 75-90 เลยทีเดียว และมีการศึกษาหนึ่งของนักวิจัยชาวเยอรมัน ได้นำครีมที่มีส่วนผสมของสาร (Trofolastin) containing Gotu Kola extract and vitamin E มานวดบริเวณท้องของคนตั้งครรภ์ พบว่ามีแค่เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น ที่ไม่เป็นรอยแตกลาย และพบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นวัยรุ่นจะมีโอกาสเกิดรอยแตกลาย ขณะท้องได้มากกว่า และรุนแรงกว่า แขนลาย.

แขนลาย
แขนลาย ส่วนรอยแตกลายพบในกลุ่มคนอื่นๆ เช่น คนที่เล่นฟิตเนตแล้วมีรอยแตกนั้น มักจะพบสัมพันธ์กับการยืดตัวของกล้ามเนื้อที่รวดเร็วเกินไป และจะพบบ่อยในกลุ่มคนที่ใช้ยา steriod ทั้งประเภทฉีดและกิน เนื่องจากยากลุ่มนี้จะทำให้ผิวหนังแตกได้ และทำให้มีการสะสมของไขมันและกล้ามเนื้อเพิ่มได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้มีโอกาสเกิดรอยแตกได้มากกว่า และคนอีกประเภทที่พบว่าเป็นรอยแตกลายได้บ่อยคือ วัยรุ่น ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งหญิงชาย มักพบบริเวณหลัง สะโพก เพราะวัยนี้เป็นช่วงเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ ทำให้เป็นรอยแตกได้ง่ายแขนลาย
ในช่วงแรกของการเกิดรอยแตกลายจะเป็นรอยสีชมพู แดง และสีม่วง ตามลำดับ ช่วงนี้เรียกว่า รอยแตกลายใหม่ หากอยากหายต้องได้รับการรักษาตั้งแต่ช่วงนี้ เพราะหายได้เร็วที่สุด ถ้าปล่อยไว้จนรอยแตกนั้นจะค่อยๆกลายเป็นสีขาวซีด เห็นเป็นร่องเป็นรอยแตกระแหง เรียกว่า รอยแตกลายเก่า (Scar like) แบบนี้จะรักษาได้ยากกว่า

วิธีลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติ
1.ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ โดยอาหารที่ควรบริโภคนั้นควรมีสารอาหารที่มี วิตามิน A C D และ สังกะสี เนื่องจากเป็นสารสำคัญในการซ่อมแซมแผลที่มักจะเกิดขึ้น รวมถึงช่วยลดรอยแตกลายแบบธรรมชาติได้ โดยเรามักจะเห็นในตำแหน่งที่มีไขมันสะสมมาก เช่น หน้าอก สะโพก หลัง ต้นขา และอีกหนึ่งแหล่งอาหารที่สำคัญคือ “น้ำเปล่า” หากดื่มน้ำอย่างน้อย วันละ 6-8 แก้วขึ้นไป จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง เพราะพบว่าคนที่ดื่มน้ำน้อย มีโอกาสเกิดรอยแตกได้มากกว่า สำหรับอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ชา กาแฟ และน้ำอัดลมแขนลาย
2.ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ผิวหนังยืดหยุ่น เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นและกระชับชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นที่ 2 ที่ประกอบไปด้วยคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวหนังที่กำลังเป็นหรือเสี่ยงต่อรอยแตกลาย แลดูจางลงได้ ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็วจนเกินไป
3.ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โดยเฉพาะที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์ จะช่วยให้ผิวชุ่มน้ำ มีความยืดหยุ่นได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้วิตามินซี และเรตินอยด์ มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในช่วงต้น ทำให้รอยแตกลายดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เรตินอยด์จะไม่มีประสิทธิภาพถ้ารอยแตกลายเป็นสีขาว ที่สำคัญคือคุณแม่ที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ต้องหลีกเลี่ยงการใช้เรตินอยด์ เพราะเกิดผลกระทบต่อลูกในท้อง เช่น อาจทำให้ทารกเกิดความพิการได้แขนลาย.

 

 

แก้ท้องลาย สำหรับสาวๆที่อยากแก้ไขปัญหาผิวพรรณ แต่ไม่อยากเปลืองตัง สามารถทำได้ตามวิธีดังต่อไปนี้ค่ะ แก้ท้องลาย.แก้ท้องลาย

แก้ท้องลาย

1. มันฝรั่ง อันดับแรกนำมันฝรั่งสดมา 1 หัว จากนั้นนำไปปอกเปลือก แล้วล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นนำมันฝรั่งที่ได้ไปบดให้ละเอียด แล้วนำมาทาบลงบริเวณผิวหนังที่แตกลาย ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด วิธีนี้ขอบอกเลยว่าได้ผลเฉพาะคนที่ผิวเริ่มแตกลายนะคะ และอาจต้องใช้เวลาในการทำนานพอสมควร แต่ก็เป้นวิธีที่ปลอดภัย และสามารถทำได้เองจากที่บ้านค่ะแก้ท้องลาย

2. น้ำตาล บางครั้งของในครัวก็ช่วยเรื่องความสวยความงามได้มากจริงๆค่ะ สำหรับวิธีใช้น้ำตาลลดปัญหาผิวแตกลายนั้นก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่นำน้ำตาลไปผสมกับน้ำมันอัลมอนด์และน้ำมะนาว โดยผสมในสัดส่วนที่พอเหมาะ คืออย่าให้เหลวหรือแห้งจนเกินไป เมื่อได้สครับตามสูตรลดผิวแตกลายแล้ว ก็นำเอาส่วนผสมที่ได้มาขัดเบาๆบริเวณผิวที่แตกลาย พยายามทำให้ได้สักอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ทำไปเรื่อยๆจนกว่ารอยแตกจะค่อยๆจางลงไป แนะนำว่าควรทำควบคู่กับการทาครีมรักษาผิวแตกลายจะได้ผลดีมากๆค่ะแก้ท้องลาย

3. น้ำมะนาว ใครจะไปรู้ว่าปัญหาผิวแตกลายสามารถรักษาให้ค่อยๆจางหายได้ด้วยน้ำมะนาวเปรี้ยวๆ เพียงแค่คุณใช้สำลีชุบน้ำมะนาวแล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นผิวแตกลายทุกวัน กรดธรรมชาติในน้ำมะนาวจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว แลยังช่วยให้บริเวณผิวหนังที่แตกลายค่อยๆจางลงอย่างช้าๆ สำหรับคนใจร้อนอยากหายเร็วแนะนำว่าควรใช้ครีมทารักษาควบคู่กับการทาด้วยน้ำมะนาวจะได้ผลลัพท์ที่ดีและเห็นผลเร็วขึ้นค่ะ

4. น้ำมันละหุ่ง อีกหนึ่งเคล็ดลับการรักษาผิวแตกลายด้วยวิธีจากธรรมชาติที่น่าลองไม่แพ้วิธีอื่นๆเลยค่ะ เพียงแค่คุณนำมันละหุ่งมาทาบริเวณผิวที่มีการแตกลาย จากนั้นก็ค่อยๆนวดเบาๆไปสักประมาณ 5-10 นาที หลังจากนั้นก็ใช้แผ่นความร้อน หรือผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดหมาดๆนำมาวางทาบในบริเวณที่นวดดังกล่าว แล้วปล่อยทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาที เมื่อครบก็เช็ดทำความสะอาดก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ

สำหรับวิธีแก้ปัญหาผิวแตกลายด้วยน้ำมันละหุ่งนั้น ขอแนะนำว่าคุณควรทำซ้ำได้ทุกวัน จนกว่ารอยผิวแตกลายจะค่อยๆลดเลือน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือน จึงจะสามารถเห็นผลที่ชัดเจน ฉะนั่นอย่าเพิ่งท้อไปก่อนนะคะ

5. ว่านหางจระเข้ อีกหนึ่งสมุนไพรใกล้ตัวที่ช่วยรักษาผิวแตกลายได้ดีนักแล เนื่องจากว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติในการฟื้นฟู และซ่อมแซมเซลล์ผิวหนังที่เสื่อมสภาพนั่นเอง สำหรับวิธีทำก็เพียงแค่นำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือกออกให้หมด จากนั้นก็ล้างจนเหลือแต่วุ้นขาวๆ แล้วนำมาทาลงไปบริเวณที่มีปัญหาผิวแตกลาย แนะนำว่าควรทำเป็นประจำทุกเช้าเย็น แล้วผิวที่แตกลายก็จะค่อยๆจางลงไปในที่สุดค่ะ แก้ท้องลาย.

ขาแตกลาย รอยแผลเป็นที่เป็นรอยดำที่ขา นั้นตามธรรมชาติ แล้วจะจางลงเรื่อยๆ แต่ใช้เวลานานหลายเดือนหรือเป็นปี ระยะเวลาในแต่ละคนไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับรอยแผลด้วยว่าดำมากหรือน้อย, อายุ ถ้าเป็นในผู้ใหญ่รอยดำก็จะจางช้ากว่าในเด็ก เพราะฉะนั้นการป้องกันก่อนที่จะเกิดรอยดำจะดีที่สุด โดยถ้าเป็นจากถูกยุงกัดหรือแมลงกัดก็ใช้ยาทาป้องกัน เมื่อถูกกัดเป็นตุ่มคันให้รีบทายาแก้คันบริเวณจุดนั้น ขาแตกลาย.ขาแตกลาย

ขาแตกลาย ส่วนการรักษา แนะนำว่าควรใช้ยาทาลดรอยดำ, ใช้มอยซ์เจอไรเซอร์บริเวณรอยดำ และพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด, ไม่เกาหรือแกะซ้ำ ซึ่งจะทำให้รอยดำยิ่งดำขึ้นค่ะ และมีเลเซอร์ที่ใช้รักษารอยดำได้ จะได้ผลดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น สีผิว ถ้าสีผิวคล้ำมักจะได้ผลไม่ดีเท่าคนผิวขาว ขาแตกลาย วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับแก้ปัญหาขาลาย หลังจากทำเลเซอร์แล้วถ้ายังไม่จางลง จะทำซ้ำอีกครั้งในช่วง 1-2 เดือน ลองปรึกษาคุณหมอดูนะคะ วีธีรักษารอยดำที่ขาขาแตกลาย 2.1 การทายา กลุ่มยาลดรอยดำ (Bleaching) หรือกรดผลไม้ ( AHA ) 2.2 การทำ (AHA Treatment) เพื่อลดรอยดำ 2.3 ทำ LASER / IPL เพื่อลดรอยดำขาแตกลาย อัตราค่าบริการขึ้นอยู่กับเทคนิควิธีการรักษาที่ใช้ค่ะ หากยิงเลเซอร์ / IPL ขึ้นอยู่กับปริมาณของรอยดำที่เป็นและจำนวน shot ที่ยิงค่ะ ลองปรึกษาคุณหมอก่อนตัดสินใจรักษาได้และสอบถามเพิ่มเติมจากแพทย์และเจ้าหน้าที่ประจำคลินิกได้เลยค่ะ ส่วนรอยแผลเป็นที่เป็นรอยดำรอยแดงจากสิว นั้น ตามธรรมชาติแล้วจะจางลงเรื่อยๆ แต่ใช้เวลานานหลายเดือนหรือเป็นปี ระยะเวลาในแต่ละคนไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับรอยแผลด้วยว่าดำมากหรือน้อย, อายุ ถ้าเป็นในผู้ใหญ่รอยดำก็จะจางช้ากว่าในเด็ก เพราะฉะนั้นการป้องกันก่อนที่จะเกิดรอยดำจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะ ขาแตกลาย.

^