ครีมทาแผลเป็น ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยากมีแผลเป็นแต่อุบัติเหตุ การเป็นสิวการผ่าตัด และปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้เกิดรอยแผลก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเกิดรอยแผลแล้ว จึงต้องใส่ใจดูแลให้ถูกวิธีไม่ให้กลายเป็นแผลเป็น หรือเพื่อให้แผลเป็นที่เกิดขึ้นแล้วจางลง เพื่อคืนความมั่นใจทั้งในการแต่งหน้าแต่งตัว และที่สำคัญให้ผิวของคุณคืนความเรียบเนียนสวยได้ดังเดิม ครีมทาแผลเป็น.

ครีมทาแผลเป็น

ครีมทาแผลเป็น รู้จักแผลเป็นของคุณ แผลเป็น 5 ประเภท ตามลักษณะของแผล

1.แผลเป็นหลุม

2.แผลเป็นนูน

3.แผลเป็นคีลอยด์

4.แผลเป็นผ่าตัด

5.รอยดำและแผลเป็นจากสิว

แผลเป็น ดูแลถูกต้องไม่นานก็เลือนราง

มาทำความเข้าใจแผลเป็นให้ถ่องแท้ เพื่อคุณจะดูแลรอยแผลเป็นได้อย่างถูกต้องและมีผิวที่กลับเรียบเนียนได้อีกครั้ง แผลเป็นคือเนื้อเยื่อที่ร่างกายสร้างขึ้น เพื่อซ่อมแซมบาดแผล ซึ่งหากสร้างมากเกินไปจะเกิดเป็นรอยแผลนูน แต่หากมีการขยายเกินขอบเขตจะเรียกว่าเป็นแผลเป็นคลอยด์ หรือหากสร้างน้อยเกินไปผิวหนังก็จะเป็นหลุม เพราะเนื้อเยื่อใหม่มีน้อยเกินไป อาจกล่าวได้ว่าแผลเป็น คือการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ที่เรียงตัวไม่เป็นระเบียบ ทำให้เกิดรอยแผลเป็นประเภทต่างๆ ดังนั้น หากคุณอยากให้ผิวที่เป็นแผลกลับเรียบเนียน ก็ต้องเน้นดูแลเรื่องการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้มีการซ่อมแซมเป็นปกติ และการไหลเวียนใต้ผิวหนังให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ผิวกลับสุขภาพดีได้เหมือนเดิม เมื่อเกิดบาดแผล

ครีมทาแผลเป็น

การรักษาแผลเป็น ด้วยวิธีที่เหมาะกับคุณ

ทุกวันนี้มีทางเลือกหลากหลายในการรักษาแผลเป็น ทั้งการผ่าตัด การฉีดยาประเภทคอร์ติโคสเตียรอยด์ การฉายรังสี การใช้เจลซิลิโคน การทายา หรือครีมบางชนิด หรือแม้กระทั้งละเลยให้แผลเป็นค่อยๆ ดีขึ้นเอง ซึ่งการผ่าตัดและการฉีดยานั้น ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ส่วนการปล่อยให้แผลเป็นหายเองนั้น อาจต้องใช้เวลามาก และแผลเป็นอาจดีขึ้นเพียงเล็กน้อย สำหรับวิธีที่สะดวก ง่าย ปลอดภัย และประหยัดที่สุดคือ การทาเจลที่มีส่วนประกอบของสารที่ได้รับการรับรองทางการแพทย์ ว่าสามารถดูแลแผลเป็นให้จางลงและผิวเรียบเนียนขึ้น เช่น MPS (Mucopolysaccharide polysulphate) และ Allium Cepa ซึ่งทำให้แผลเป็นที่แข็งนุ่มลงได้ และแลดูจางลงเรียบเนียนสม่ำเสมอ แต่ทั้งนี้ต้องหมั่นดูแลอย่างต่อเนื่อง เช่น ประมาณ 8 สัปดาห์สำหรรับแผลเป็นใหม่ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพและประเภทของแผลเป็นนั้นด้วย

ชีวโมเลกุล 6 ชนิด สารสำคัญของการดูแลรอยแผลเป็น

เพราะแผลเป็นเกิดจากหลายสาเหตุ มีขั้นตอนที่ซับซ้อน และมีหลากหลายอาการ จึงต้องการการดูแลที่ครอบคลุมรอบด้านจากตัวยาหลายชนิด

• MPS (มิวโคโพลีซัคคาไรด์ โพลีซัลเฟต) เร่งการสมานแผล กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่อย่างสมดุล กระตุ้นให้ร่างกายสร้างกรดไฮยาลูรอนิคที่ทำให้เซลล์อุ้มน้ำได้ดีขึ้น แผลเป็นที่แข็งจึงนุ่มลง พร้อมกระตุ้นการไหลเวียนใต้ผิวหนัง เพื่อให้อ็อกซิเจนและสารอาหารเข้าฟื้นฟูผิวได้เต็มที่

• Allantoin (อะลันโทอิน) เร่งการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพบรรเทาอาการคัน เพิ่มความชุ่มชื่น

• Aloe Vera (อะโลเวร่า) ตัวสมานแผลชั้นดีสำหรับแผลไฟไหม้ หรือน้ำร้อนลวกโดยเฉพาะ

• Allium Cepa (อัลเลียม ซีปา) ลดการอักเสบรอยแดง รอยคล้ำ เร่งการสมานแผล และยับยั้งการก่อตัวของเนื้อเยื่อส่วนเกินนูน/คีลอยด์

• วิตามิน B3 ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอด้วยการยับยั้งการสร้างเม็ดสี

• วิตามิน E ลดการอักเสบด้วยฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ

การใช้สารชีวโมเลกุลทั้ง 6 ชนิด ในสัดส่วนที่เหมาะสมจะช่วยให้ประสิทธิภาพในการดูแลแผลเป็นสูงขึ้น เมื่อคุณเข้าใจลักษณะของแผลเป็น และรู้จักสารประกอบที่จำเป็นในการลดเลือนรอยแผลเป็นแล้ว คุณสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลรอยแผลเป็นที่มีคุณภาพได้ด้วยตัวเอง

เพื่อการรักษาที่ได้ผลยิ่งขึ้น

1.แผลเป็นหลุม (Hypotrophic) เกิดจากเนื้อเยื่อผิวถูกทำลายลึกหลายชั้น และไม่สามารถสร้างเนื้อเยื่อทดแทนที่ชั้นผิวได้เต็มเหมือนเดิม

2.แผลนูนหนา (Hypertrophic) ความผิดปกติของการสร้างเนื้อเยื่อมากไปหรือน้อยกว่าปกติ แผลประเภทนี้จะเกิดในขอบเขตของรอยแผลเดิม ไม่นูนยื่นเหมือนแบบคีลอยด์ อาจมีอาการคันบ้างแต่น้อยกว่าคีลอยด์

3.คีลอยด์ (Keloid) การสร้างเนื้อเยื่อใหม่มีมากกว่าปกติและมีรอยแผลนูนหนาที่ลุกลามขยายขอบเขตจากแผลเดิมไปเรื่อยๆ เกิดจากเนื้อเยื่อผิวหนังงอกผิดปกติ ซึ่งเกิดได้กับแผลทุกขนาดและไม่สามารถหายเองได้ ต้องได้รับการรักษาโดยด่วนเพื่อป้องกันการลุกลาม

4.แผลเป็นจากการผ่าตัด (Surgery) นับเป็นรอยแผลที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่หากดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่แผลผ่าตัดปิดสนิทก็มีโอกาสลดเลือนรอยแผลเป็นได้

ครีมทาแผลเป็น

5.แผลเป็นจากสิว (Acne Marks) เกิดจากสิวอักเสบ และตกสะเก็ด ซึ่งหากสะเก็ดแผลหลุดเร็วเกินไป จะทำให้มีโอกาศเป็นแผลมากขึ้น และทิ้งรอยแดงหรือรอยดำ

ข้อควรใส่ใจ ก่อนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ลดเลือนรอยแผลเป็น

เคล็ดไม่ลับเพื่อดูแลรักษารอยแผลเป็น คือ การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ลดเลือนดูแลรอยแผลเป็น ซึ่งต้องพิจารณาคุณสมบัติของสารสำคัญ ว่าเป็นสารที่สามารถรักษาแผลเป็นและมีการศึกษาทดลอง ที่ได้ผลทางกายภาพจริง เช่น MPS (Mucopolysaccharide polysulphate) และ Allium Cepa ที่สำคัญการรักษาแผลเป็นใช้ระยะเวลาพอสมควร เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องใช้อย่างต่อเนื่องและก่อนใช้ต้องมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ดูแลแผลเป็นนั้น ไม่ระคายเคืองปลอดภัยกับทุกสภาพผิว

เคล็ดลับต้องจำ

• มี MPS เพื่อช่วยซ่อมสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้เรียงตัวตามธรรมชาติ

• มี Allium Cepa ที่ช่วยยับยั้งการสร้างเนื้อเยื่อส่วนเกินนูน

• ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพด้วยวิธีทางการแพทย์แล้ว

• ผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองและแพ้

• เนื้อเจลจะซึมซาบได้เร็วและไม่ทิ้งคราบเหนอะหนะ

เพียงเท่านี้การดูแลรอยแผลเป็นก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป คุณจะกลับมีผิวเรียบเนียน คืนความมั่นใจให้กับผิวได้อีกครั้ง ครีมทาแผลเป็น.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แก้ท้องลาย เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนคงเคยประสบปัญหาหนักอกหนักใจกันมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะสตรีหลังคลอดบัตร บางคนเครียดจนถึงกับไม่กล้าสวมชุดว่ายน้ำที่เคยใส่ เพราะไม่อยากเปิดโชว์ส่วนของผิวที่แตกลาย และต้องไปเสียเงินเพื่อซื้อชุดใหม่ที่ปกปิดผิวมิดชิดมากขึ้นกว่าเดิม แก้ท้องลาย.

แก้ท้องลาย

แก้ท้องลาย การรักษาด้วยครีมแก้ผิวแตกลายนั้นอาจช่วยทำให้ดูจางลงได้บาง แต่จะไม่หายไปอย่างถาวร ถ้าต้องการให้รอยแตกลายหายอย่างถาวรจะต้องเสียเงินจำนวนมากไปกับการรักษาด้วยวิทยาการสมัยใหม่โดยแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นการยิงเลเซอร์และการทำคาร์บ็อกซี่ก็ทำให้รอยแตกลายดูจางลงได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อทำแล้วก็ต้องทาครีมต่อไปจนเป็นนิสัยอยู่ดี

สาเหตุของผิวแตกลายแก้ท้องลาย
ผิวแตกลาย หรือ รอยแตกลาย เป็นรอยที่สังเกตได้ง่าย หรือที่ทางการแพทย์เรียกกันว่า “Stretch marks” หรือ “Striae” ซึ่งเป็นแผลชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นบริเวณผิวหนังและมีสีที่แตกต่างอย่างชัดเจนกับผิวหนังส่วนอื่น โดยสาเหตุนั้นเกิดจากการฉีกขาดของหนังแท้ ผิวหนังเกิดการยืดขยายตัวอย่างรวดเร็วของผิวหนังบริเวณนั้น ๆ ซึ่งผิวแตกลายนั้นจะเกิดขึ้นที่ผิวหนังชั้นกลาง และมักจะเกิดในบริเวณที่มีไขมันสะสมอยู่มาก เช่น บริเวณหน้าท้อง หน้าอก เต้านม สะดือ ต้นแขน ต้นขา สะโพกและน่อง คนส่วนใหญ่จึงมักเจอปัญหานี้ในตอนเด็กที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่น เพราะเป็นวัยกำลังกินกำลังโต แก้ท้องลาย หรือเกิดจากการมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็วจนผิวหนังขยายตามไม่ทัน อย่างในวัยรุ่นที่โตเร็วหรืออ้วนมากเกินไป หรือในกลุ่มนักกีฬาเพาะกายที่มวลกล้ามเนื้อโตขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงกลุ่มคนที่ลดน้ำหนักลงอย่างรวดเร็ว และปัญหาผิวแตกลายในสตรีตั้งครรภ์มากถึง 90% เพราะครรภ์โตจนทำให้หน้าท้องและขาอ่อนแตกลาย ส่วนสาเหตุอื่น ๆ นั้นก็อาจเกิดจากโรคบางชนิด เช่น โรคตับอักเสบเรื้อรัง โรค Marfan Syndrome เป็นต้น และเกิดจากการใช้ยาทาหรือยารับประทานในกลุ่มของสเตียรอยด์มาเป็นระยะเวลายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นยาหม้อ ยาลูกกลอน ซึ่งชาวบ้านชอบกินกันมาก เพราะเข้าใจว่าเป็นสมุนไพรไม่มีพิษมีภัยอะไร

อาการเริ่มแรกของผิวแตกลาย คือ ผิวหนังจะเกิดรอยเป็นเส้นสีแดงหรือม่วง (ระยะแรก) และจะมีสีอ่อนลงเรื่อย ๆ จนเป็นสีขาวขุ่น (ระยะหลัง) การรักษาในระยะแรกถ้าทาครีมเป็นประจำลายแตกก็อาจจะหายได้ทัน ดังนั้นคุณจึงต้องหมั่นสังเกตผิวกายของตัวเองอย่างสม่ำเสมอด้วย คราวนี้มาดูกันเลยดีกว่าว่าเราจะมีวิธีรักษารอยแตกลายบนผิวนี้ได้อย่างไร แก้ท้องลาย.

ขาแตกลาย วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับแก้ปัญหาขาลาย ทำให้ขาของสาวๆ กลับมาสวยเรียบเนียนเหมือนเดิม มาฝากกันค่ะ ขาแตกลาย.

ขาแตกลาย

ขาแตกลาย เริ่มจากสูตรยอดฮิต เป็นที่แพร่หลาย เรียกกันว่าเป็นสูตรธรรมชาติ และประหยัดที่สุด นั่นก็คือ …

สูตร ดินสอพอง+น้ำมะนาว นั่นเอง ขาแตกลาย

สูตรนี้ ก็แค่นำน้ำมะนาวมาบีบใส่ดินสอพอง แล้วคนให้เข้ากัน (ในกรณีที่ใช้น้ำมะนาวล้วนๆแล้วแสบขา ก็สามารถเจือจางด้วยการผสมน้ำเปล่าเพิ่มได้เช่นกันค่ะ)

จากนั้นก็นำไปพอกหรือแต้มตรงจุดด่างดำบนขาของเรา แล้วปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืน

ทำบ่อยๆเท่าที่เห็นสมควร (บางสูตรว่าให้ทำทุกวัน บางสูตรก็ว่าทำอาทิตย์ละ 2-3 ครั้งก็มี) แล้วจุดด่างดำบนขาของเราก็จะค่อยๆจางลงค่ะ

ทีนี้ นอกจากเราจะใช้สูตรลดจุดด่างดำแล้ว เรายังต้องบำรุงให้ขาเรียบเนียนสวยอย่างถาวรอีกด้วยนะคะ

เริ่มจากขาแตกลาย

1. ใส่กางเกงขายาวให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ – กางเกงขายาวช่วยปกป้องขาของเราจากการโดนยุงกัด ป้องกันรอยแผลจากการขูดขีด และยังช่วยกันแดด ซึ่งส่งผลทำให้ขาขาวขึ้นได้

2. ขัดผิวเบาๆขณะอาบน้ำ – จะขัดผิวด้วยใยบวบ หรือขัดผิวมะขามพะเยาก็ได้ โดยทำอาทิตย์ละ 1-3 ครั้ง ตามสมควร การขัดผิวจะส่วยให้ผิวกระจ่างใส ขัดทั้งขาทั้งตัว ก็ช่วยให้ผิวใสสม่ำเสมอทั่วทั้งตัวด้วยค่ะ

3. ใช้ครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวทุกครั้งหลังอาบน้ำ – โดยเฉพาะครีมหรือโลชั่นที่ผสมวิตามิน C และวิตามิน E เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น เรียบเนียน และขาวใสขึ้น

4. หลีกเลี่ยงแสงแดด และทาครีมกันแดดเสมอ – ไม่ว่าจะออกแดดหรือไม่ก็ตาม ครีมกันแดดจะช่วยทำให้ผิวและขาของเราขาวขึ้นค่ะ

5. กินผัก ผลไม้ และดื่มน้ำสะอาดทุกวัน – ผัก ผลไม้ และน้ำสะอาด ช่วยบำรุงผิวให้สุขภาพดีจากภายใน ยิ่งน้ำมะเขือเทศด้วยแล้ว เป็นที่รู้กันว่าช่วยทำให้ผิวขาว ใส กระจ่างขึ้น เพราะฉะนั้น อย่าลืมกินทุกวัน หรือกินเป็นประจำนะคะ

ทั้งหมดนี้ ถ้าคุณขยัน มีวินัย ไม่ขี้เกียจ ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง รับรองว่าขาที่เคยลาย หรือมีจุดด่างดำ จะจางหายไป กลายเป็นขาสวยๆ ขาว ใส กระจ่างขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ (รวมทั้งผิวส่วนอื่นๆ ที่เราทำการปกป้อง บำรุง และดูแลด้วย) ขาแตกลาย.

 

 

 

รักษาท้องลาย 5 วิธีกำจัด ท้องลายหลังคลอด เมื่อตั้งครรภ์หน้าท้องจะมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว หากคุณแม่คนไหนไม่ได้เตรียมการรับมือไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ล่ะก็ อาจพบกับปัญหาหน้าท้องแตกลายได้ ซึ่งปัญหาการแตกลายของหน้าท้องนั้นเป็นสิ่งที่หญิงสาวทุกคนกังวลใจและไม่ต้องการให้เกิดขึ้นมากที่สุดอีกปัญหาหนึ่ง แต่ถึงแม้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็สามารถลดอาการท้องลายให้จางลงจนผิวดูเนียนเรียบได้ ด้วย 5 วิธีง่ายๆ ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ค่ะ รักษาท้องลาย.

รักษาท้องลาย

รักษาท้องลาย ขอบอกว่าแต่ละวิธีนั้นทำไม่ยากแต่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอเท่านั้นปัญหา ท้องลายหลังคลอด หมดไปอย่างแน่นอนค่ะ

1.รักษาตั้งแต่เริ่มเป็น ไม่ปล่อยทิ้งไว้จนรอยแตกเห็นเด่นชัด
หากรู้ตัวว่าตั้งครรภ์และรู้สึกว่าหน้าท้องเริ่มขยายใหญ่ สิ่งที่ควรทำก็คือสังเกตว่าหน้าท้องเริ่มมีรอยแตกเป็นริ้วหรือไม่ หากพบรอยแตกใหม่ๆ เร็วขึ้นก็สามารถรักษาได้ง่ายและทำให้จางลงหรืออาจกำจัดให้เรียบเนียนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าปล่อยจนรอยแตกเหล่านั้นเห็นเด่นชัด หากปล่อยไว้นานๆ โอกาสรักษาให้หาย 100% ก็จะลดลงไปด้วยรักษาท้องลาย

2.สครับผิวบ้างสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
การสครับผิวช่วงอาบน้ำเป็นเวลาที่ผิวของคุณจะได้ผ่อนคลายและได้รับการปรนนิบัติอย่างเต็มที่ เลือกสครับสูตรอ่อนโยนไม่บาดผิวรวมถึงเลือกส่วนผสมที่ช่วยในเรื่องความนุ่มเนียนและกระจ่างใส เช่น โยเกิร์ตหรือเปลือกส้มแห้ง สครับเบาๆ ให้ทั่วตัวโดยเน้นบริเวณหน้าท้องหรือจุดที่แตกลายอื่นๆ เป็นพิเศษ หมั่นทำเป็นประจำทุกสัปดาห์ การสครับผิวจะช่วยให้ผลัดเซลล์ผิวเร็วขึ้น ผิวนุ่มกระจ่างใส ทำให้รอยแตกลายที่เด่นชัดดูจางและกลมกลืนกับสีผิวมากขึ้น

3.หมั่นทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและเติมน้ำให้ผิว
หญิงสาวที่ผิวบริเวณหน้าท้องขยายมากๆ ต้องเริ่มทาครีมบำรุงสูตรเข้มข้นหรือออยล์สำหรับทาผิวผู้หญิงตั้งครรภ์โดยเฉพาะ โดยใช้ทาและนวดบริเวณหน้าท้องให้บ่อยครั้งในแต่ละวัน สามารถใช้ได้ทั้งครีมสำหรับลดรอยแตกลายโดยเฉพาะหรือจะใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะพร้าวก็ได้ ใช้ครีมทาผิวนวดบริเวณหน้าท้องวันละหลาย ๆ ครั้งเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังบริเวณหน้าท้อง นอกจากนี้ครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดโกโตโคลา หรือไลกองเจนหรือวาลาเรีย รวมไปถึงครีมที่มีวิตามินอีและคอลาเจนไฮโดรไลเสทแบบเข้มข้นก็สามารถช่วยลดรอยแตกลายให้จางลงได้อย่างเป็นธรรมชาติแก้ท้องลาย

4.ทานอาหารเสริมประเภทวิตามินและเกลือแร่รักษาท้องลาย
สารอาหารประเภทเกลือแร่และวิตามินมีส่วนช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้สวยงามเปล่งปลั่งจากภายใน ซึ่งอาหารมื้อหลักในแต่ละมื้ออาจไม่มีสารอาหารบำรุงผิวที่คุณแม่ต้องการอย่างเพียงพอ ดังนั้นหากต้องการซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวที่เกิดรอยแตกลาย การรับประทานอาหารเสริม เช่น น้ำมันจมูกข้าว วิตามินอี คอลลาเจน ก็สามารถช่วยเรื่องบำรุงผิวได้ เพียงรับประทานวันละ 1 เม็ดเป็นประจำ

5.ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ และเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
การดื่มน้ำนอกจากจะทำให้ร่างกายสดชื่นและระบบต่างๆ ทำงานได้อย่างเป็นปกติแล้ว ยังเป็นวิธีการเพิ่มความชุ่มชื้นและเติมน้ำให้ผิวอย่างรวดเร็วและดีที่สุด เมื่อผิวเรามีความชุ่มชื้น ยืดหยุ่น ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดรอยแตกเพิ่มมากขึ้นรวมถึงลดรอยแตกลายที่เป็นอยู่ให้จางลงได้รักษาท้องลาย.

 

ยาแผลเป็น ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยากมีแผลเป็นแต่อุบัติเหตุ การเป็นสิวการผ่าตัด และปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้เกิดรอยแผลก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเกิดรอยแผลแล้ว จึงต้องใส่ใจดูแลให้ถูกวิธีไม่ให้กลายเป็นแผลเป็น หรือเพื่อให้แผลเป็นที่เกิดขึ้นแล้วจางลง เพื่อคืนความมั่นใจทั้งในการแต่งหน้าแต่งตัว และที่สำคัญให้ผิวของคุณคืนความเรียบเนียนสวยได้ดังเดิม ยาแผลเป็น.

ยาแผลเป็น

ยาแผลเป็น รู้จักแผลเป็นของคุณ แผลเป็น 5 ประเภท ตามลักษณะของแผล

1.แผลเป็นหลุม

2.แผลเป็นนูน

3.แผลเป็นคีลอยด์

4.แผลเป็นผ่าตัด

5.รอยดำและแผลเป็นจากสิว

แผลเป็น ดูแลถูกต้องไม่นานก็เลือนราง

มาทำความเข้าใจแผลเป็นให้ถ่องแท้ เพื่อคุณจะดูแลรอยแผลเป็นได้อย่างถูกต้องและมีผิวที่กลับเรียบเนียนได้อีกครั้ง แผลเป็นคือเนื้อเยื่อที่ร่างกายสร้างขึ้น เพื่อซ่อมแซมบาดแผล ซึ่งหากสร้างมากเกินไปจะเกิดเป็นรอยแผลนูน แต่หากมีการขยายเกินขอบเขตจะเรียกว่าเป็นแผลเป็นคลอยด์ หรือหากสร้างน้อยเกินไปผิวหนังก็จะเป็นหลุม เพราะเนื้อเยื่อใหม่มีน้อยเกินไป อาจกล่าวได้ว่าแผลเป็น คือการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ที่เรียงตัวไม่เป็นระเบียบ ทำให้เกิดรอยแผลเป็นประเภทต่างๆ ดังนั้น หากคุณอยากให้ผิวที่เป็นแผลกลับเรียบเนียน ก็ต้องเน้นดูแลเรื่องการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้มีการซ่อมแซมเป็นปกติ และการไหลเวียนใต้ผิวหนังให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ผิวกลับสุขภาพดีได้เหมือนเดิม เมื่อเกิดบาดแผล

การรักษาแผลเป็น ด้วยวิธีที่เหมาะกับคุณยาแผลเป็น

ทุกวันนี้มีทางเลือกหลากหลายในการรักษาแผลเป็น ทั้งการผ่าตัด การฉีดยาประเภทคอร์ติโคสเตียรอยด์ การฉายรังสี การใช้เจลซิลิโคน การทายา หรือครีมบางชนิด หรือแม้กระทั้งละเลยให้แผลเป็นค่อยๆ ดีขึ้นเอง ซึ่งการผ่าตัดและการฉีดยานั้น ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ส่วนการปล่อยให้แผลเป็นหายเองนั้น อาจต้องใช้เวลามาก และแผลเป็นอาจดีขึ้นเพียงเล็กน้อย สำหรับวิธีที่สะดวก ง่าย ปลอดภัย และประหยัดที่สุดคือ การทาเจลที่มีส่วนประกอบของสารที่ได้รับการรับรองทางการแพทย์ ว่าสามารถดูแลแผลเป็นให้จางลงและผิวเรียบเนียนขึ้น เช่น MPS (Mucopolysaccharide polysulphate) และ Allium Cepa ซึ่งทำให้แผลเป็นที่แข็งนุ่มลงได้ และแลดูจางลงเรียบเนียนสม่ำเสมอ แต่ทั้งนี้ต้องหมั่นดูแลอย่างต่อเนื่อง เช่น ประมาณ 8 สัปดาห์สำหรรับแผลเป็นใหม่ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพและประเภทของแผลเป็นนั้นด้วยยาแผลเป็น

ชีวโมเลกุล 6 ชนิด สารสำคัญของการดูแลรอยแผลเป็น

เพราะแผลเป็นเกิดจากหลายสาเหตุ มีขั้นตอนที่ซับซ้อน และมีหลากหลายอาการ จึงต้องการการดูแลที่ครอบคลุมรอบด้านจากตัวยาหลายชนิด

• MPS (มิวโคโพลีซัคคาไรด์ โพลีซัลเฟต) เร่งการสมานแผล กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่อย่างสมดุล กระตุ้นให้ร่างกายสร้างกรดไฮยาลูรอนิคที่ทำให้เซลล์อุ้มน้ำได้ดีขึ้น แผลเป็นที่แข็งจึงนุ่มลง พร้อมกระตุ้นการไหลเวียนใต้ผิวหนัง เพื่อให้อ็อกซิเจนและสารอาหารเข้าฟื้นฟูผิวได้เต็มที่

• Allantoin (อะลันโทอิน) เร่งการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพบรรเทาอาการคัน เพิ่มความชุ่มชื่น

• Aloe Vera (อะโลเวร่า) ตัวสมานแผลชั้นดีสำหรับแผลไฟไหม้ หรือน้ำร้อนลวกโดยเฉพาะ

• Allium Cepa (อัลเลียม ซีปา) ลดการอักเสบรอยแดง รอยคล้ำ เร่งการสมานแผล และยับยั้งการก่อตัวของเนื้อเยื่อส่วนเกินนูน/คีลอยด์

• วิตามิน B3 ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอด้วยการยับยั้งการสร้างเม็ดสี

• วิตามิน E ลดการอักเสบด้วยฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ

การใช้สารชีวโมเลกุลทั้ง 6 ชนิด ในสัดส่วนที่เหมาะสมจะช่วยให้ประสิทธิภาพในการดูแลแผลเป็นสูงขึ้น เมื่อคุณเข้าใจลักษณะของแผลเป็น และรู้จักสารประกอบที่จำเป็นในการลดเลือนรอยแผลเป็นแล้ว คุณสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลรอยแผลเป็นที่มีคุณภาพได้ด้วยตัวเอง

เพื่อการรักษาที่ได้ผลยิ่งขึ้น

1.แผลเป็นหลุม (Hypotrophic) เกิดจากเนื้อเยื่อผิวถูกทำลายลึกหลายชั้น และไม่สามารถสร้างเนื้อเยื่อทดแทนที่ชั้นผิวได้เต็มเหมือนเดิม

2.แผลนูนหนา (Hypertrophic) ความผิดปกติของการสร้างเนื้อเยื่อมากไปหรือน้อยกว่าปกติ แผลประเภทนี้จะเกิดในขอบเขตของรอยแผลเดิม ไม่นูนยื่นเหมือนแบบคีลอยด์ อาจมีอาการคันบ้างแต่น้อยกว่าคีลอยด์

3.คีลอยด์ (Keloid) การสร้างเนื้อเยื่อใหม่มีมากกว่าปกติและมีรอยแผลนูนหนาที่ลุกลามขยายขอบเขตจากแผลเดิมไปเรื่อยๆ เกิดจากเนื้อเยื่อผิวหนังงอกผิดปกติ ซึ่งเกิดได้กับแผลทุกขนาดและไม่สามารถหายเองได้ ต้องได้รับการรักษาโดยด่วนเพื่อป้องกันการลุกลาม

4.แผลเป็นจากการผ่าตัด (Surgery) นับเป็นรอยแผลที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่หากดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่แผลผ่าตัดปิดสนิทก็มีโอกาสลดเลือนรอยแผลเป็นได้

5.แผลเป็นจากสิว (Acne Marks) เกิดจากสิวอักเสบ และตกสะเก็ด ซึ่งหากสะเก็ดแผลหลุดเร็วเกินไป จะทำให้มีโอกาศเป็นแผลมากขึ้น และทิ้งรอยแดงหรือรอยดำครีมทาแผลเป็น

ข้อควรใส่ใจ ก่อนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ลดเลือนรอยแผลเป็น

เคล็ดไม่ลับเพื่อดูแลรักษารอยแผลเป็น คือ การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ลดเลือนดูแลรอยแผลเป็น ซึ่งต้องพิจารณาคุณสมบัติของสารสำคัญ ว่าเป็นสารที่สามารถรักษาแผลเป็นและมีการศึกษาทดลอง ที่ได้ผลทางกายภาพจริง เช่น MPS (Mucopolysaccharide polysulphate) และ Allium Cepa ที่สำคัญการรักษาแผลเป็นใช้ระยะเวลาพอสมควร เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องใช้อย่างต่อเนื่องและก่อนใช้ต้องมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ดูแลแผลเป็นนั้น ไม่ระคายเคืองปลอดภัยกับทุกสภาพผิว

เคล็ดลับต้องจำ

• มี MPS เพื่อช่วยซ่อมสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้เรียงตัวตามธรรมชาติ

• มี Allium Cepa ที่ช่วยยับยั้งการสร้างเนื้อเยื่อส่วนเกินนูน

• ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพด้วยวิธีทางการแพทย์แล้ว

• ผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองและแพ้

• เนื้อเจลจะซึมซาบได้เร็วและไม่ทิ้งคราบเหนอะหนะ

เพียงเท่านี้การดูแลรอยแผลเป็นก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป คุณจะกลับมีผิวเรียบเนียน คืนความมั่นใจให้กับผิวได้อีกครั้งยาแผลเป็น.

 

 

 

 

 

แก้แขนลาย วิธีป้องกันปัญหาแขนลาย สำหรับคนที่ไม่อยากให้เกิดปัญหาแขนลายขึ้นกับตัวเองนั้น ควรปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้ให้เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ แก้แขนลาย.

แก้แขนลาย

แก้แขนลาย

1. รับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงผิว เช่น ผัก ผลไม้ ที่มีวิตามินซี วิตามินอี ซึ่งจะช่วยในการปรับฮอร์โมน ระบบเลือด และน้ำเหลือง ให้มีการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการช่วยบำรุงผิวพรรณ และเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับผิวหนังอีกด้วย

2. ระวังอย่าให้แมลงหรือยุงกัด ถ้าหากจำเป็นที่จะต้องไปในสถานที่ที่มียุงหรือแมลงมากๆ ควรทำการทางโลชั่นกันยุงและแมลงเอาไว้ก่อนตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะคนที่ต่อมน้ำเหลืองทำงานไม่เป็นปกติ หรือแพ้น้ำลายยุง ซึ่งมักจะเกิดปัญหาแขนลายขึ้นภายหลังจากที่ถูกกัด

3. เมื่อรู้สึกระคายเคืองผิวหนังหรือคันอย่าเกาหรือแกะ เมื่อรู้สึกคันคนเรามักที่จะทำการเกาทันที ซึ่งมักที่จะทำให้มักเกิดแผลถลอกขึ้น สำรับคนที่ต่อมน้ำเหลืองไม่ดี เมื่อเกิดแผลถลอกขึ้นแม้จะเพียงเล็กน้อยแต่ก็มีโอกาสจะลุกลามจนกลายเป็นแผลใหญ่ หรือเน่าได้ง่าย เมื่อแผลเกิดการตกสะเก็ดแล้วหลุดออกจะทำให้เกิดรอยดำเป็นจุดทั่วไปหมด ควรใช้โลชั่นคารามาย ทาในบริเวณดังกล่าวเพื่อรักษาอาการคันจะดีที่สุดแก้แขนลาย
4. ในขณะที่นอนควรสวมชุดนอนที่มีแขนขายาว เพราะในขณะที่นอนหลับ เมื่อรู้สึกคันขึ้นร่างกายอาจจะเกิดการเกาไปเอง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดรอยแผล หรืออาจจะถูกแมลงกัดในขณะที่ไม่ทันรู้ตัว การสวมชุดนอนทีมีแขนยาวจึงเป็นการช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ในระดับหนึ่ง

5. สำหรับคนที่ผิวแห้งไม่ควรอาบน้ำอุ่น เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งเพิ่มมากขึ้น อาจทำให้เกิดรอยแตกแขนลายเพิ่มมากขึ้น

6. พยายามดื่มน้ำมากๆ และอย่าลืมทาครีมบำรุงผิวทุกครั้งหลังการอาบน้ำ โดยการทาเบบี้ออย หรือครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่ง จะช่วยทำให้รอยแตกลายดูจางลง และช่วยชดเชยน้ำที่ขาดหายไปของผิวหนัง

7. ห้ามทาแป้งที่แขนหลังจากการอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ เนื่องจากหลังการอาบรุมขนจะมีการเปิดตัว หากทำการทาแป้งลงไปจะเข้าไปอุดตันในรูขุมขน จนอาจทำให้เกิดสิวอุดตันขึ้นและเหลือริ้วรอยด่างดำเอาไว้บนแขนในที่สุดแก้แขนลาย
8. พยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด ซึ่งจะทำให้ผิวคล้ำมากขึ้น และทำให้รอยแผลเป็นด่างดำในบริเวณแขนมีความเด่นชัดมากขึ้นตามไปด้วย และยังทำให้รักษาได้ยากยิ่งขึ้นอีกด้วย

9. ควบคุมน้ำหนักให้คง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผิวหนังเกิดการยืดหรือหดตัวเร็วมากจนเกินไป เนื่องจากเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดแขนลายขึ้น

วิธีการเลือกครีมบำรุงผิว ที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาแขนลายอย่างง่ายๆ แต่ได้ผลด้วยตัวเอง
เมื่อเกิดปัญหาแขนลายขึ้นกับตัวเองก็อย่าพึ่งกังวลใจจนเกินไป เพราะทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ แถมในบางครั้งทางออกของปัญหาเหล่านั้นก็ยังแสนง่าย แถมอยู่ใกล้ตัวเสียจนคุณอาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียว ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็คงอยากที่จะเลือกใช้วิธีการรักษาปัญหาแขนลายจากส่วนผสมธธรรมชาติ ที่สามารถหาได้ง่าย ราคาไม่แพง อีกทั้งยังปราศจากผลข้างเคียงต่อผิวเป็นหลัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ด้วยสภาพของสังคมที่เรียกได้ว่าค่อนข้างเร่งรีบ การตามหาวัตถุดิบ และส่วยผสมจากธรรมชาติด้วยตัวเอง ดูจะเป็นสิ่งที่ค่อนข้างจะยุ่งยากวุ่นวายอย่างมากเลยทีเดียว ดังนั้นวิธีการที่ง่ายที่สุด ในการแก้ไขปัญหาแขนลาย ที่ค่อนข้างสะดวกมากที่สุด เห็นจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวที่มีคุณสมบัติที่อ่อนโยนจากธรรมชาติในการบำรุงฟื้นฟูผิวสักชิ้น แต่การที่จะเลือกสรรผลิตภัณฑ์รักษาอาการแขนลายสักตัวท่ามกลางผลิตภัณฑ์จำนวนมากมายนับพันชนิดในท้องตลาดนั้น ก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่สร้างความสับสน ลังเล ให้กับผู้บริโภคไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งถ้าหากใครกำลังมองหาผลิตภัณฑ์บำรุง รักษาปัญหาแขนลาย ควรที่จะเลือกโดยอิงสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ ดังต่อไปนี้
1.ช่วยทำให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้ได้อย่างเต็มที่ ทำให้ผิวสดชื่น สดใสอยู่เสมอ
2.ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น และลดการแห้งเหี่ยวของผิวก่อนวัยอันควร
3.ช่วยกระตุ้นการผลัดตัวของเซลล์ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ
4.ช่วยลดเลือนรอยเหี่ยวย่นของผิว
5.ฃ่วยลดเลือนรอยแผลเป็น
6.ช่วยลดเลือนรอยหมองคล้ำ
7.ช่วยกระชับผิวกาย
8.ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินในชั้นผิว พร้อมบำรุงผิวลึกล้ำอย่างอ่อนโยน แก้แขนลาย.

ครีมทาแผลเป็น ทางการแพทย์พยายามที่จะคิดค้นหาวิธีการที่จะแก้ไขและรักษาแผลเป็นให้กลับคืนสู่สภาพผิวปกติ แต่พบว่ายังไม่มีวิธีใดที่จะรักษาให้หายได้ 100% แต่ก็สามารถทำให้ดีขึ้นได้บ้าง ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะของแผลเป็นและวิธีการรักษา คุณสามารถขอคำปรึกษาได้จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนังและควรปรึกษานับตั้งแต่ที่เห็นว่าเริ่มมีแผลเป็นเล็ก ๆ ขึ้นมา อย่าปล่อยให้มันใหญ่เสียก่อนนะคะ เพื่อแพทย์จะได้ให้คำแนะนำในการป้องกันไม่ให้เป็นมากขึ้น หรือทำการรักษาด้วยวิธีการต่าง ๆ ครีมทาแผลเป็น.

ครีมทาแผลเป็น

ครีมทาแผลเป็น ซึ่งแพทย์อาจใช้หลาย ๆ วิธีร่วมกันดังนี้

1.ใช้ยาทาแก้แผลเป็น เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์ ยาที่เป็นซิลิโคนเจล ยาที่มีวิตามิน E หรือวิตามิน A เป็นส่วนประกอบ ซึ่งโดยทั่วไปอาจช่วยลดอาการคันหรือทำให้แผลเป็นสีจางลงหรือบางลงได้เล็กน้อย ซึ่งก็ต้องใช้เวลาพอสมควร

2. การใช้แผ่นซิลิโคนเจลปิดบริเวณแผลเป็น ซึ่งจะช่วยได้ในแผลเป็นที่เป็นใหม่ ๆ ช่วยลดการขยายตัวของแผล หากคุณคิดว่ารอยแผลที่เกิดกับคุณจะทำให้เป็นแผลเป็น รีบไปหาหมอเลยนะคะ

3.การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าใต้แผลเป็น เพื่อให้แผลเป็นยุบตัวลง โดยจะต้องฉีดหลายครั้ง ครั้งละประมาณ 0.5 – 1 cc ห่างกันประมาณเดือนละ 1 ครั้ง จนกว่าแผลจะแบนราบ ซึ่งใช้เวลาไม่เท่ากันกันในแต่ละแผลเป็น ถ้าแผลเป็นมีขนาดใหญ่ก็ต้องใช้เวลานะคะ เพื่อกำจัดริ้วรอยแผลเป็นต้องอดทนค่ะ

4. การผ่าตัดเอาแผลเป็นเก่าออก แล้วจึงเย็บแผลใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งอาจใช้ได้กับแผลเป็นบางชนิดเท่านั้น การผ่าตัดควรทำเมื่อแผลเป็นนั้นสมบูรณ์เต็มที่แล้วไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น แต่ถ้าแผลเป็นมีบริเวณกว้างก็อาจต้องใช้วิธีการผ่าตัดย้ายผิวหนังส่วนใดส่วนหนึ่งของคุณมาปิดซึ่งการผ่าตัดแก้ไขจะต้องทำโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อดูแลไม่ให้เกิดแผลเป็นซ้ำขึ้นมาอีกครีมทาแผลเป็น

5. กรณีที่มีแผลเป็นแบบรอยบุ๋ม แพทย์อาจพิจารณา ฉีดสารสังเคราะห์ เช่น คอลลาเจน สาร HA (Hyaluronic acid) อาติคอล เข้าไปในรอยบุ๋ม เพื่อให้ผิวหนังเต็มขึ้นแต่ก็ได้ผลประมาณ 6 – 8 เดือน แล้วต้องฉีดยาเติมใหม่ เนื่องจากสารสังเคราะห์ที่มีการยุบตัวลง แต่ไม่เป็นอันตรายค่ะ

6.กรณีของแผลเป็นที่มีลักษณะการเปลี่ยนแปลงของสีผิว เช่น สีเข้มหรืออ่อนกว่าสีผิวข้างเคียง แพทย์อาจต้องใช้ วิธีการสักสี เข้าไปในแผลเป็น เพื่อให้มีสีใกล้เคียงกับผิวหนังปกติได้ เช่น ถ้าคุณมีผิวสีแทนก็จะใช้สีแทนค่ะครีมทาแผลเป็น

7. นอกจากนี้แล้ว ยังอาจมีวิธีอื่น ๆ ในการรักษาแผลเป็น เช่น การใช้เลเซอร์ การกรอผิวเพื่อปรับสภาพผิว ในกรณีที่มีแผลเป็นตื้น ๆ หรือจะใช้วิธีการฉายรังสีป้องกันไม่ให้แผลเป็นนูนมากขึ้นซึ่งไม่ว่าจะใช้วิธีใดในการรักษา ก็จะไม่ทำให้แผลเป็นนั้นหายไปได้ทั้งหมด แต่ก็จะดีขึ้นในระดับหนึ่ง จนไม่เป็นที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ฉะนั้นต้องทำใจนะคะ และควรระมัดระวังตัวให้มากขึ้น อย่าให้มีแผลเกิดขึ้นกับคุณเป็นดีที่สุดค่ะ

เมื่อคุณได้รับการรักษารอยแผลเป็นแล้ว ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้ได้ผลทางการรักษาที่ดีโดย

1. กรณีที่มีการผ่าตัดแก้ไขแผลเป็น แพทย์จะแนะนำให้นวดแผลร่วมด้วย เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นใหม่ นอกจากนี้ควรระมัดระวังไม้ให้แผลติดเชื้อ เนื่องจากจะทำให้เกิดแผลเป็นขึ้นมาใหม่ได้อีกต้องระวังเรื่องความสะอาดด้วยนะคะ เวลานวดแผลต้องล้างมือให้สะอาด

2.ในการรักษาแผลเป็นไม่ว่าวิธีใด ควรระมัดระวังไม่ให้เกิดการระคายเคืองกับแผล เช่น ไม่ควรเกาหรือขัดด้วยสารเคมี เนื่องจากอาจทำให้การรักษาไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรจะเป็น หากคันจนทนไม่ไหวก็ควรใช้วิธีลูบเบา ๆ ที่แผลไม่ควรเกาแรง ๆ เพราะอาจจะทำให้แผลปูดได้นะคะ

ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ว่าปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาใดที่จะรักษารอยแผลเป็นให้หายได้โดย 100% แต่หากคุณได้รับการรักษาทันท่วงทีและถูกวิธีจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้วล่ะก็ จากรอยแผลเป็นที่ปูดนูนหรือมีสีเข้มก็สามารถที่จะราบเรียบและสีจาลงได้ ด้วยวิธีค่าง ๆ ที่แพทย์จะเลือกใช้รักษาเพื่อให้เหมาะสมกับรอยแผลเป็นของคุณ และแน่นอน เพียงเวลาไม่นานเกินรอ คุณก็จะโชว์ผิวสวยได้แล้วค่ะ ครีมทาแผลเป็น.

 

 

 

แก้ท้องลาย สาเหตุของผิวแตกลาย ผิวแตกลาย หรือ รอยแตกลาย เป็นรอยที่สังเกตได้ง่าย หรือที่ทางการแพทย์เรียกกันว่า “Stretch marks” หรือ “Striae” ซึ่งเป็นแผลชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นบริเวณผิวหนังและมีสีที่แตกต่างอย่างชัดเจนกับผิวหนังส่วนอื่น โดยสาเหตุนั้นเกิดจากการฉีกขาดของหนังแท้ ผิวหนังเกิดการยืดขยายตัวอย่างรวดเร็วของผิวหนังบริเวณนั้น ๆ แก้ท้องลาย.

แก้ท้องลาย

แก้ท้องลาย ซึ่งผิวแตกลายนั้นจะเกิดขึ้นที่ผิวหนังชั้นกลาง และมักจะเกิดในบริเวณที่มีไขมันสะสมอยู่มาก เช่น บริเวณหน้าท้อง หน้าอก เต้านม สะดือ ต้นแขน ต้นขา สะโพกและน่อง คนส่วนใหญ่จึงมักเจอปัญหานี้ในตอนเด็กที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่น เพราะเป็นวัยกำลังกินกำลังโต หรือเกิดจากการมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็วจนผิวหนังขยายตามไม่ทัน อย่างในวัยรุ่นที่โตเร็วหรืออ้วนมากเกินไป หรือในกลุ่มนักกีฬาเพาะกายที่มวลกล้ามเนื้อโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แก้ท้องลาย รวมไปถึงกลุ่มคนที่ลดน้ำหนักลงอย่างรวดเร็ว และปัญหาผิวแตกลายในสตรีตั้งครรภ์มากถึง 90% เพราะครรภ์โตจนทำให้หน้าท้องและขาอ่อนแตกลาย ส่วนสาเหตุอื่น ๆ นั้นก็อาจเกิดจากโรคบางชนิด เช่น โรคตับอักเสบเรื้อรัง โรค Marfan Syndrome เป็นต้น และเกิดจากการใช้ยาทาหรือยารับประทานในกลุ่มของสเตียรอยด์มาเป็นระยะเวลายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นยาหม้อ ยาลูกกลอน ซึ่งชาวบ้านชอบกินกันมาก เพราะเข้าใจว่าเป็นสมุนไพรไม่มีพิษมีภัยอะไรแก้ท้องลาย

อาการเริ่มแรกของผิวแตกลาย คือ ผิวหนังจะเกิดรอยเป็นเส้นสีแดงหรือม่วง (ระยะแรก) และจะมีสีอ่อนลงเรื่อย ๆ จนเป็นสีขาวขุ่น (ระยะหลัง) การรักษาในระยะแรกถ้าทาครีมเป็นประจำลายแตกก็อาจจะหายได้ทัน ดังนั้นคุณจึงต้องหมั่นสังเกตผิวกายของตัวเองอย่างสม่ำเสมอด้วย คราวนี้มาดูกันเลยดีกว่าว่าเราจะมีวิธีรักษารอยแตกลายบนผิวนี้ได้อย่างไรแก้ท้องลาย.

รักษาท้องลาย อาการหน้าท้องแตกลาย หลังจากการตั้งครรภ์ จะเห็นเด่นชัดขึ้นหลังการคลอดลูกไปแล้ว โดยลักษณะการแตกลาย จะเป็นทางยาวสีชมพู หรือแดง บางราย จะมีอาการคันร่วมด้วย รักษาท้องลาย.

แก้ท้องลาย

รักษาท้องลาย โดยปกติแล้ว จะเริ่มหน้าท้องของคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ใหม่ๆ จะเริ่มเห็นรอยแตกลายที่หน้าท้อง

ซักประมาณ 3-4 เดือนไปแล้ว หลังจากการตั้งครรภ์ เนื่องจาก หน้าท้องมีการยืดขยายตัวออก นั่นเอง

บรรดาคุณแม่ทั้งหลาย มักจะกังวลเกี่ยวกับ ปัญหาหน้าท้องลาย (ภาษาอังกฤษ – STRIAE GRAVIDARUM)

ซึ่งแม้เวลาจะผ่านไปหลายเดือน แต่ก็ไม่อาจทำให้อาการ หน้าท้องลายจากการตั้งครรภ์ จางลงได้

ส่วนคุณแม่ที่เพิ่งจะคลอดก็เริ่มมีความกังวลเรื่อง หน้าท้องลายอยู่ไม่น้อย ด้วยเกรงว่า หากกลับไปผอมหุ่นดีแล้ว อาจจะใส่เอวลอยไม่ได้

เพราะทั้งพุงและปัญหาหน้าท้องลาย ที่จะทำให้คุณแม่หมดความมั่นใจไปเลยก็มีรักษาท้องลาย

ซึ่งใครที่กำลังประสบปัญหาเหล่านี้ อย่าเพิ่งท้อหมดกำลังใจไป มาดูวิธีป้องกันและวิธีรักษา หน้าท้องลาย ให้กลับมาเรียบดังเดิมดีกว่า

หน้าท้องลายจากการตั้งครรภ์ เกิดจากอะไร มีวิธีรักษาอะไรบ้าง

หน้าท้องลายขณะตั้งครรภ์ วิธีการรักษา

ดูแลตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ ป้องกันหน้าท้องลาย

เป็นการดูแลเรื่อง หน้าท้องลาย ที่จะไม่ให้เกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอด ซึ่งเป็นการดูแลที่ต้นเหตุ

ด้วยการเริ่มทาครีมบำรุงผิว บริเวณท้องของคุณแม่ ที่จะมีการขยายขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งช่วงที่หน้าท้องขยาย จะเริ่มทำให้ผิวหนังช่วงท้องเริ่มแตก

การหมั่นทาครีมบำรุงผิวบ่อยๆ จะไปช่วยทำให้ผิวท้องที่ลาย มีความอ่อนนุ่ม ชุ่มชื้น กระชับ เพราะหากไม่ป้องกันตั้งแต่เริ่มต้น จะทำให้คุณมี หน้าท้องลาย

ตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอดเลยทีเดียว ซึ่งถือว่า เป็นการช่วยลดความรุนแรงของปัญหา หน้าท้องลาย ได้เช่นกัน
อาการคันเพราะผิวแห้ง สาเหตุจากหน้าท้องลาย

ช่วงขณะที่คุณแม่ตั้งท้อง อาจจะเป็นช่วงที่หน้าท้องกำลังขยาย การที่ผิวหนังขยายอาจทำให้รู้สึกคัน

ซึ่งคุณแม่บางคนอาจจะทนไม่ไหว ถึงกับเผลอไปเกาบริเวณนั้น

เพราะการที่หนังท้องขยายแล้วเราไม่ได้ดูแลด้วยการทาครีม จะทำให้หลังการคลอด เกิดอาการ หน้าท้องลาย ได้

การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่าง น้ำมันมะกอก Bio Oil หรือโลชั่น ที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์

ด้วยการเน้นสารสกัดจาก ธรรมชาติ จะทำให้ลดสาเหตุของการเกิด หน้าท้องลาย ได้

หน้าท้องลายขณะตั้งครรภ์ ครีมรักษา

หน้าท้องลายเพราะอาบน้ำอุ่นแก้ท้องลาย

การอาบน้ำอุ่น ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุ ที่ทำให้ หน้าท้องลายได้ เพราะ น้ำที่อุ่นหรือ ค่อนข้างร้อน

จะทำให้ของคุณแม่ขณะตั้งท้อง มีความแห้งและแตกเป็นขุย สาเหตุเพราะการขาดความชุ่มชื้นรักษาท้องลาย

หากไม่มีการบำรุงด้วยครีมหรือโลชั่น จะทำให้ หน้าท้องลาย ได้ เพราะผิวหนังที่แห้ง และขยาย จะทำให้ ผิวหนังแตก จนทำให้เกิดอาการคัน

ซึ่งการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา หน้าท้องลาย ควรทาครีมบำรุง ตั้งแต่เริ่มตั้งท้อง จนถึงหลังคลอด จะช่วยแก้ปัญหา หน้าท้องลายได้ ค่ะ

อย่าลืมนะคะว่า การที่คุณแม่ที่ตั้งครรภ์หันมา รับประทานอาหารมากขึ้น น้ำหนักตัวก็จะเพิ่มขึ้น

ซึ่งจะทำให้ ผิวหนังมีการขยายตัว อันเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของ การเกิด หน้าท้องลาย ได้เช่นกันค่ะรักษาท้องลาย.

 

ยาแผลเป็น ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยากมีแผลเป็นแต่อุบัติเหตุ การเป็นสิวการผ่าตัด และปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้เกิดรอยแผลก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเกิดรอยแผลแล้ว จึงต้องใส่ใจดูแลให้ถูกวิธีไม่ให้กลายเป็นแผลเป็น หรือเพื่อให้แผลเป็นที่เกิดขึ้นแล้วจางลง เพื่อคืนความมั่นใจทั้งในการแต่งหน้าแต่งตัว และที่สำคัญให้ผิวของคุณคืนความเรียบเนียนสวยได้ดังเดิม ยาแผลเป็น.

ยาแผลเป็น

ยาแผลเป็น รู้จักแผลเป็นของคุณ แผลเป็น 5 ประเภท ตามลักษณะของแผล

1.แผลเป็นหลุม

2.แผลเป็นนูน

3.แผลเป็นคีลอยด์

4.แผลเป็นผ่าตัด

5.รอยดำและแผลเป็นจากสิว

แผลเป็น ดูแลถูกต้องไม่นานก็เลือนราง

มาทำความเข้าใจแผลเป็นให้ถ่องแท้ เพื่อคุณจะดูแลรอยแผลเป็นได้อย่างถูกต้องและมีผิวที่กลับเรียบเนียนได้อีกครั้ง แผลเป็นคือเนื้อเยื่อที่ร่างกายสร้างขึ้น เพื่อซ่อมแซมบาดแผล ซึ่งหากสร้างมากเกินไปจะเกิดเป็นรอยแผลนูน แต่หากมีการขยายเกินขอบเขตจะเรียกว่าเป็นแผลเป็นคลอยด์ หรือหากสร้างน้อยเกินไปผิวหนังก็จะเป็นหลุม เพราะเนื้อเยื่อใหม่มีน้อยเกินไป อาจกล่าวได้ว่าแผลเป็น คือการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ที่เรียงตัวไม่เป็นระเบียบ ทำให้เกิดรอยแผลเป็นประเภทต่างๆ ดังนั้น หากคุณอยากให้ผิวที่เป็นแผลกลับเรียบเนียน ก็ต้องเน้นดูแลเรื่องการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้มีการซ่อมแซมเป็นปกติ และการไหลเวียนใต้ผิวหนังให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ผิวกลับสุขภาพดีได้เหมือนเดิม เมื่อเกิดบาดแผล

การรักษาแผลเป็น ด้วยวิธีที่เหมาะกับคุณ

ทุกวันนี้มีทางเลือกหลากหลายในการรักษาแผลเป็น ทั้งการผ่าตัด การฉีดยาประเภทคอร์ติโคสเตียรอยด์ การฉายรังสี การใช้เจลซิลิโคน การทายา หรือครีมบางชนิด หรือแม้กระทั้งละเลยให้แผลเป็นค่อยๆ ดีขึ้นเอง ซึ่งการผ่าตัดและการฉีดยานั้น ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ส่วนการปล่อยให้แผลเป็นหายเองนั้น อาจต้องใช้เวลามาก และแผลเป็นอาจดีขึ้นเพียงเล็กน้อย สำหรับวิธีที่สะดวก ง่าย ปลอดภัย และประหยัดที่สุดคือ การทาเจลที่มีส่วนประกอบของสารที่ได้รับการรับรองทางการแพทย์ ว่าสามารถดูแลแผลเป็นให้จางลงและผิวเรียบเนียนขึ้น เช่น MPS (Mucopolysaccharide polysulphate) และ Allium Cepa ซึ่งทำให้แผลเป็นที่แข็งนุ่มลงได้ และแลดูจางลงเรียบเนียนสม่ำเสมอ แต่ทั้งนี้ต้องหมั่นดูแลอย่างต่อเนื่อง เช่น ประมาณ 8 สัปดาห์สำหรรับแผลเป็นใหม่ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพและประเภทของแผลเป็นนั้นด้วย

ชีวโมเลกุล 6 ชนิด สารสำคัญของการดูแลรอยแผลเป็น

เพราะแผลเป็นเกิดจากหลายสาเหตุ มีขั้นตอนที่ซับซ้อน และมีหลากหลายอาการ จึงต้องการการดูแลที่ครอบคลุมรอบด้านจากตัวยาหลายชนิด

• MPS (มิวโคโพลีซัคคาไรด์ โพลีซัลเฟต) เร่งการสมานแผล กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่อย่างสมดุล กระตุ้นให้ร่างกายสร้างกรดไฮยาลูรอนิคที่ทำให้เซลล์อุ้มน้ำได้ดีขึ้น แผลเป็นที่แข็งจึงนุ่มลง พร้อมกระตุ้นการไหลเวียนใต้ผิวหนัง เพื่อให้อ็อกซิเจนและสารอาหารเข้าฟื้นฟูผิวได้เต็มที่

• Allantoin (อะลันโทอิน) เร่งการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพบรรเทาอาการคัน เพิ่มความชุ่มชื่น

• Aloe Vera (อะโลเวร่า) ตัวสมานแผลชั้นดีสำหรับแผลไฟไหม้ หรือน้ำร้อนลวกโดยเฉพาะ

• Allium Cepa (อัลเลียม ซีปา) ลดการอักเสบรอยแดง รอยคล้ำ เร่งการสมานแผล และยับยั้งการก่อตัวของเนื้อเยื่อส่วนเกินนูน/คีลอยด์

• วิตามิน B3 ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอด้วยการยับยั้งการสร้างเม็ดสี

• วิตามิน E ลดการอักเสบด้วยฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ

การใช้สารชีวโมเลกุลทั้ง 6 ชนิด ในสัดส่วนที่เหมาะสมจะช่วยให้ประสิทธิภาพในการดูแลแผลเป็นสูงขึ้น เมื่อคุณเข้าใจลักษณะของแผลเป็น และรู้จักสารประกอบที่จำเป็นในการลดเลือนรอยแผลเป็นแล้ว คุณสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลรอยแผลเป็นที่มีคุณภาพได้ด้วยตัวเอง

เพื่อการรักษาที่ได้ผลยิ่งขึ้น

1.แผลเป็นหลุม (Hypotrophic) เกิดจากเนื้อเยื่อผิวถูกทำลายลึกหลายชั้น และไม่สามารถสร้างเนื้อเยื่อทดแทนที่ชั้นผิวได้เต็มเหมือนเดิม

2.แผลนูนหนา (Hypertrophic) ความผิดปกติของการสร้างเนื้อเยื่อมากไปหรือน้อยกว่าปกติ แผลประเภทนี้จะเกิดในขอบเขตของรอยแผลเดิม ไม่นูนยื่นเหมือนแบบคีลอยด์ อาจมีอาการคันบ้างแต่น้อยกว่าคีลอยด์

3.คีลอยด์ (Keloid) การสร้างเนื้อเยื่อใหม่มีมากกว่าปกติและมีรอยแผลนูนหนาที่ลุกลามขยายขอบเขตจากแผลเดิมไปเรื่อยๆ เกิดจากเนื้อเยื่อผิวหนังงอกผิดปกติ ซึ่งเกิดได้กับแผลทุกขนาดและไม่สามารถหายเองได้ ต้องได้รับการรักษาโดยด่วนเพื่อป้องกันการลุกลาม

4.แผลเป็นจากการผ่าตัด (Surgery) นับเป็นรอยแผลที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่หากดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่แผลผ่าตัดปิดสนิทก็มีโอกาสลดเลือนรอยแผลเป็นได้ยาแผลเป็น

5.แผลเป็นจากสิว (Acne Marks) เกิดจากสิวอักเสบ และตกสะเก็ด ซึ่งหากสะเก็ดแผลหลุดเร็วเกินไป จะทำให้มีโอกาศเป็นแผลมากขึ้น และทิ้งรอยแดงหรือรอยดำครีมทาแผลเป็น

ข้อควรใส่ใจ ก่อนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ลดเลือนรอยแผลเป็น

เคล็ดไม่ลับเพื่อดูแลรักษารอยแผลเป็น คือ การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ลดเลือนดูแลรอยแผลเป็น ซึ่งต้องพิจารณาคุณสมบัติของสารสำคัญ ว่าเป็นสารที่สามารถรักษาแผลเป็นและมีการศึกษาทดลอง ที่ได้ผลทางกายภาพจริง เช่น MPS (Mucopolysaccharide polysulphate) และ Allium Cepa ที่สำคัญการรักษาแผลเป็นใช้ระยะเวลาพอสมควร เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องใช้อย่างต่อเนื่องและก่อนใช้ต้องมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ดูแลแผลเป็นนั้น ไม่ระคายเคืองปลอดภัยกับทุกสภาพผิว

เคล็ดลับต้องจำ

• มี MPS เพื่อช่วยซ่อมสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้เรียงตัวตามธรรมชาติ

• มี Allium Cepa ที่ช่วยยับยั้งการสร้างเนื้อเยื่อส่วนเกินนูน

• ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพด้วยวิธีทางการแพทย์แล้ว

• ผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองและแพ้

• เนื้อเจลจะซึมซาบได้เร็วและไม่ทิ้งคราบเหนอะหนะ

เพียงเท่านี้การดูแลรอยแผลเป็นก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป คุณจะกลับมีผิวเรียบเนียน คืนความมั่นใจให้กับผิวได้อีกครั้ง ยาแผลเป็น.

 

 

 

 

 

 

^